Tag Archive อาหารญี่ปุ่น

ภูมิภาคคันโต(Kanto)

ภูมิภาคคันโต(Kanto)เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงมหานครโตเกียว(Tokyo)เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่และมีระบบการคมนาคมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่โตเกียวเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีแหล่งช้อปปิ้งและกินดื่มมากมาย รวมถึงสถานที่ทางศิลปะวัฒนธรรมอย่างเช่น ปราสาท พระราชวัง ศาลเจ้าและวัดดังๆรวมกันอยู่ที่เมืองนี้มากมาย

ภูมิภาคคันโตมีพื้นที่เป็นที่ราบประมาณ 45% ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นเทือกเขา ชายหาดและแม่น้ำทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายนอกเหนือจากเมืองหลวง

ตัวอย่างการท่องเที่ยวง่ายๆ แบบเช้าไปเย็นกลับจากเมืองโตเกียวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ เช่น โยโกฮาม่า(Yokohama)ที่เป็นเมืองท่าในสมัยเปิดประเทศช่วงปลายสมัยเอโดะ, ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นมรดกโลกที่นิกโก้(Nikko)เมืองหลวงเก่าติดทะเลคามาคุระ(Kamakura)ซึ่งเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทางกลางเมืองและวัฒนธรรมยุคกลางของญี่ปุ่น และเมืองแห่งนํ้าพุร้อนฮาโกเน่(Hakone)ที่มีชื่อเสียงด้านทะเลสาบและวิวภูเขาไฟฟูจิ

พื้นที่ต่างๆใน คันโต(Kanto) – โตเกียว(Tokyo), คานากาว่า(Kanagawa), โทจิงิ(Tochigi), กุนมะ(Gunma), ไซตามะ(Saitama), ชิบะ(Chiba), อิบารากิ(Ibaraki), เกาะอิซุโอชิมะ(Izu Oshima Island), หมู่เกาะโองาซาวาระ(Ogasawara Islands)

ภูมิภาคชุบุ(Chubu)

ภูมิภาคชุบุ(Chubu)มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่มากมายอยู่ติดกับภูมิภาคคันโต(Kanto)และภูมิภาคคันไซ(Kansai)มีเทือกเขาสูงชันทำให้เกิดสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมากในภูมิภาคนี้ เช่นส่วนที่ติดกับทะเลจะอบอุ่นแต่ในเทือกเขากลับมีหิมะหนาสูง 5 เมตร ประกอบไปด้วย 9 จังหวัดย่อย มีเมืองนาโงยะ(Nagoya)เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค

ภูมิภาคชุบุมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ธรรมชาติ ภูเขา ทะเล ไปจนถึงวัฒนธรรมและเทคโนโลยี สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ เช่น เทือกเขาแอลป์แห่งญี่ปุ่น ที่มีกำแพงหิมะหรือสโนว์วอลหนาสูงถึง 5 เมตร, ปราสาทมัตสึโมโต้ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม, หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ, สกีรีสอร์ท, ชายหาด และเมืองออนเซนอีกมากมาย ทำให้ชุบุสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปีเลย

พื้นที่ต่างๆใน ชุบุ(Chubu) – นากาโน่(Nagano), ชิซูโอกะ(Shizuoka), อิชิคาว่า(Ishikawa), ไอจิ(Aichi), กิฟุ(Gifu), โทยาม่า(Toyama), นิอิกะตะ(Niigata), ยามานาชิ(Yamanashi), ฟูคุอิ(Fukui)

โอชาซึเกะ (Ochazuke)

โอชาซึเกะ (Ochazuke) หรือข้าวแช่ญี่ปุ่น มีลักษณะเหมือนกับข้าวแช่ของไทย ถ้าเป็นของไทยจะใส่น้ำเย็นๆ ลงไป แต่สำหรับญี่ปุ่นนั้นนิยมใช้น้ำร้อนธรรมดาเทผสมกับข้าวสวย แต่ต่อมาในยุคหลังจึงมีการประยุกต์มาใช้น้ำชาแทน ตั้งแต่ปี 1970 สำหรับใครที่เบื่ออาหารการกินสไตล์ญี่ปุ่นแบบเดิมๆ อย่างราเมน ทงคัตสึ ซูชิ โอโคนิยากิแล้ว ก็มาลองกินอะไรใหม่ๆ กันบ้างอย่างเมนูโอชาซึเกะซึ่งเป็นอาหารเบาๆ ไม่ยุ่งยาก แต่อร่อยแน่นอน

วิธีการกิน
แต่ก่อนจะกินก็ต้องรู้จักวิธีการกินก่อน ซึ่งวิธีการกินก็ง่ายๆ เมื่อสั่งอาหารแล้ว ทางร้านอาหารจะเสิร์ฟข้าวมาคู่กับกาน้ำชา และเวลากินก็เริ่มจากการเทน้ำชาลงไปในชาม แล้วก็เริ่มอร่อยได้เลย โดยแต่ละร้านก็จะมีข้าวหน้าต่างๆ ให้เลือก เช่น ข้าวหน้าปลาแซลมอน ข้าวหน้าปลาทูน่า ส่วนปริมาณของอาหารนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกของเราว่าจะเลือกอิ่มไซส์เล็กหรืออิ่มไซส์ใหญ่