Tag Archive สถานที่ท่องเที่ยว

วัดเซนโซจิ หรือวัดอาซากุซะ หรือวัดโคมแดง – Sensoji Temple

วัดเซนโซจิ หรือวัดอาซากุซะ หรือวัดโคมแดง – Sensoji Temple

วัดเซนโซจิ(Sensoji Temple) ที่มีหลายๆชื่อที่คนนิยมเรียกขานกันทั้งวัดอาซากุสะ หรือวัดโคมแดง (Asakusa Kannon Temple) เป็นวัดใหญ่ในย่านอาซากุสะและ) เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมมากที่สุดวัดหนึ่งของเมืองโตเกียว โดยจะมีถนนนากามิเสะที่เป็นถนนยาวเข้าสู่พื้นที่ภายในวัดที่จะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย บอกเลยว่านักท่องเที่ยวเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีใครไม่รู้จักวัดนี้แน่นอน ยิ่งในหมู่คนไทยแล้วล่ะก็เรียกได้ว่าถ้าไปโตเกียวต้องไปแวะเจิมวัดนี้แทบจะทุกคน โดยภาพส่วนใหญ่ก็จะเห็นแชะๆภาพพื้นหลังเป็นโคมแดงอันใหญ่ๆที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์สำคัญมากๆของวัดแห่งนี้เลยทีเดียว ความนิยมเห็นง่ายๆเลยจากการที่มีผู้คนเดินทางมาสักการะและเที่ยวชมได้ทั้งตัววัดและบริเวณภายนอกแบบไม่ขาดสายเลยล่ะค่ะ

 

 

วัดที่ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่มากที่สุดของเมืองโตเกียวแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเสร็จเมื่อประมาณปี ค.ศ. 645 ตามตำนานเล่าว่าเมื่อประมาณปี 628 สองพี่น้องได้ออกเรือไปตกปลา และตกรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมได้ที่แม่น้ำสุมิดะ (Sumida River) และแม้ว่าพวกเขาจะพยายามทิ้งรูปปั้นกลับลงสู่แม่น้ำเท่าไหร่ก็ตาม รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมก็จะกลับมาหาพวกเขาอยู่เสมอ จึงได้มีการสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม และกลายมาเป็นวัดที่ฮอตฮอตอันดับหนึ่งของเมืองโตเกียวอย่างในปัจจุบันนี่เอง

บุคคลสำคัญของญี่ปุ่น

บุคคลสำคัญของญี่ปุ่น

 

1. คิโดะ ทาคาโยชิ (Kido Takayoshi)

คิโดะ

บุตรชายแพทย์ซามูไร Wada Masakage เป็นรัฐบุรุษญี่ปุ่นในช่วงปลายงาวะและฟื้นฟูเมจิ เมื่อเขาทำงานกับโชกุน เขาใช้นามแฝงว่า Niibori Matsusuke เค้าคือ 1 ใน 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคปฏิรูปเมจิ ร่วมกับ โอคุโบะ โทชิมิจิ และ ไซโง ทาคาโมริ ทั้ง 3 จะรู้จักในนามว่า “the Ishin-no-Sanketsu” (สามขุนนางแห่งการฟื้นฟู) เป็นตัวแทนของแคว้นโจชู ที่ร่วมมือกับ แคว้นซัทสึมะ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน โทกุกาว่า และสถาปนารัฐบาลกลางแห่งองค์จักรพรรดิขึ้นมา รวมทั้งการยกเลิกระบบศักดินา และทำการปฏิรูประบบการเมือง การปกครอง ระบบเศรษฐกิจในญี่ปุ่น

 

 

 

 

 

 

2. ทาคาสุกิ ชินซาคุ (Takasugi Shinsaku)

คนดังแห่งแคว้นโจชู ทาคาสุกิ มีเป้าหมายเดียวกับ คัทซึระ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน ฟื้นฟูอำนาจพระจักรพรรดิ แต่ ทาคาสุกิ เลือกใช้วิธีแบบหัวรุนแรง ก่อตั้งกองกองทหารกว่า 300 คน(ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นซามูไร) โดยใช้ชื่อว่า Kiheitai (เรียกแบบเท่ๆ ในกินทามะว่า กองทหารอสุรา) ขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาล (หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ก็คือ มือสังหารในตำนาน Kawakami Gensai ต้นแบบของ ฮิมุระ เคนชิน ใน ซามูไรพเนจร นั่นเอง)

 

 

 

 

 

 

3. มัตสึไดระ โยชินากะ (Matsudaira Yoshinaga)

ไดเมียว (เจ้าเมือง) แห่งแคว้นเอจิเซน สมัยเอโดะ เขาเป็นหนึ่งใน 4 ขุนนางที่ฉลาดที่สุดของกลุ่ม Bakumatsu

 

 

 

 

 

 

 

 

4. อาจารย์ ฟุคุซาวะ ยูคิจิ (Fukuzawa Yukichi)

คนสำคัญด้านการศึกษาของญี่ปุ่น ผู้นำระบบการศึกษาแบบตะวันตกเข้ามาใช้สอนในประเทศ อาจารย์ฟุคุซาวะ ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนแรกที่นำวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกมาสอนให้กับคนญี่ปุ่น โดยตั้งโรงเรียนชื่อ Keio Gijuku ซึ่งในภายหลังได้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยเคโอ(Keio University มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

 

 

 

 

 

 

 

5. โอคุมะ ชิเงโนบุ (Okuma Shigenobu)

นักการเมืองในจักรวรรดิญี่ปุ่น เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง, เคยเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2, เป็นผู้สนับสนุนเรื่องของวิทยาศาสตร์ตะวันตกและวัฒนธรรมในญี่ปุ่น อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวาเซดะด้วย

 

 

 

 

 

 

6. ชิโร ไซโง (Shiro Saigo)

ศิษย์รุ่นแรกของ ปรมาจารย์คาโน่ จิโกโร่ (Kano Jigoro) ผู้คิดค้นวิชายูโด อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 4 จตุรเทพแห่งโรงฝึกโคโดคัง ผู้คิดค้นท่าทุ่มยามาอาราชิ อีกด้วย ปัจจุบันเขายังคงอยู่ในไอดอลญี่ปุ่นที่หนังสือหลายเล่มและภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเกี่ยวกับชีวิตความสำคัญของเขาและความกล้าหาญของเขาในฐานะนักสู้

 

อาหารญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นยอดฮิต

เมื่อมาเยือนประเทศญี่ปุ่นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือ การมากินอาหารยอดฮิตของที่นี่ มีอาหารอร่อยๆมากมายให้ท่านได้ลองชิม

1.ซูชิ (Sushi)

ซูชิ (Sushi)
ซูชิหรือข้าวปั้นเมนูยอดฮิตสำหรับประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งคนไทยยังชื่นชอบเป็นอย่างมากด้วยความอร่อยและหน้าที่หลากหลายให้ท่านได้ลองทานอย่างไม่มีเบื่อ

2.อูนางิ (Unagi)

อูนางิ (Unagi)
อูนางิหรือข้าวหน้าปลาไหล เจ้าปลาไหลน้อยความยาวประมาณ 1 เมตร ถูกนำมาประกอบอาหาร และเป็นอาหารยอดนิยมในญี่ปุ่นจนถึงขณะนี้ ข้าวหน้าปลาไหลจะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุป เช่น ซุปคิโมะซุย (きもすい) ที่ทำจากตับปลาไหล ซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นหรือมิโสะชิรุ

3.ราเมน (Ramen)

ราเมน (Ramen)
อีกหนึ่งเมนูที่เป็นที่ยอดนิยมที่สุดในประเทศญี่ปุ่นสำหรับ “ราเมน” ด้วยเส้นที่นุ่มละมุนลิ้นบวกกับน้ำซุปที่สุดแสนอร่อยกลมกล่อม จึงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

4.โซบะ (Soba)

โซบะ (Soba)
โซบะ (Soba)เป็นบะหมี่ที่ทำจากแป้งที่มาจากพืชที่เรียกว่าบัควีท มีความหนาประมาเส้นสปาเก็ตตี้ สามารถทานได้ทั้งร้อนและเย็น โซบะเป็นอาหารที่นิยมเป็นอย่างมาก เส้นโซบะที่ทำจากแป้งบัควีท 100 เปอร์เซ็น จะมีความกรอบ บางร้านจะมีการผสมแป้งสาลีลงไปด้วย เส้นโซะบะทั่วไปจะผสมแป้งบัควีทอยู่ระหว่าง 40-100 เปอร์เซ็น

ซับโปโร

10 เมืองน่าเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น

1.โตเกียว (Tokyo/東京)

Tokyo
เมืองน่าเที่ยวที่พูดถึงทุกคนต้องรู้จักกันดีสำหรับเมือง”โตเกียว”ของประเทศญี่ปุ่น เมืองที่ความเจริญและสะดวกสบาย เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวเป็นจำนวนมาก มีมรดกและวัฒธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม เขตที่นักท่องเที่ยวนิยม คือ ชินจูกุ (Shinjuku) ชิบุย่า (Shibuya), ฮาราจูกุ , โอไดบะ (Odaiba) อิเคะบุคุโระ (Ikebukuro), (Harajuku) อาซากุสะ (Asakusa) อุเอโนะ (Ueno) อากิฮาบาระ (Akihabara) กินซ่า (Ginza) รปปงหงิ (Roppongi) และสิ่งที่ท่านพลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเมืองโตเกียวคือการชมวิวจากมุมสูงของตึกโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) หรือ โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) ให้ท่านได้ซึมซับบรรยากาศดีๆ กลับไปพร้อมความประทับใจแน่นอน

2.ซัปโปโร (Sapporo/札幌)

ซับโปโร

เมืองซับโปโรเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคฮอกไกโด เป็นเมืองที่มีการผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นกับสากลเข้าดวยกันจึงเป็นเมืองที่สวยงามและมีเสน่ห์น่าหลงไหลอีกหนึ่งเมือง และสิ่งที่ขึ้นชื่อและถูกพูดถึงมากที่สุด เทศกาลหิมะ เบียร์ ราเมน ที่คนมาเยือนจะพลาดไม่ได้ และในปี 1972 ได้มีการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาวที่นี่ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ สวนโฮโรมิโตเกะ, คิโรโระสกีรีสอร์ท Kiroro Ski Resort, ศาลเจ้าฮอกไกโด Hokkaido Shrine ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ เป็นต้น

3.เกียวโต (Kyoto/京都)

Kyoto
เกียวโตเป็นอดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งอยู๋ห่างจากโอซาก้าประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งเมืองที่คุณมาเยือนแล้วต้องหลงรักอย่างแน่นอน ด้วยเมืองที่เป็นเอกลักษณ์มีความเก่าแก่และมีวัฒธรรมทางศาสนา วัฒธรรมการเมือง วัฒนธรรมอย่าง ตระกูลที่สืบทอดการชงชา ที่น่าสนใจ ในปี ค.ศ. 1994 ยูเนสโก ให้การรองรับกลุ่มนครเกียวโตในนามของ อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวโตโบราณ ในเมืองเกียวโตมีวัดและศาลเจ้าถึง17แห่ง ถ้าใครชอบเที่ยววัดหรือศาล เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ท่านไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

4.โยโกฮาม่า (Yokohama/横浜)

Yokohama
โยโกฮาม่า เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากโตเกียว ซึ่งมีประชากรอาศัยในเมืองนี้ถึง 3 ล้านคน มีที่ตั้งอยู่กรุงตอนใต้ของโตเกียว ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นเมืองที่มีท่าเรือที่ใหญี่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางการค้า อุตสาหกรรม แฟชั่นและคมนาคมไปสู่ภูมิภาคอื่น มีชื่อเสียงด้านราเมงจนมีพิพิธภัณท์ราเมง และริมทะเลตอนกลางคืนที่สวยงามจึงเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน

5.โอซาก้า (Osaka/大阪)

Osaka
แน่นอนมาญี่ปุ่นทั้งทีเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากอีกเมืองหนึ่งคือเมือง”โอซาก้า” ซึ่งเป็นเมืองที่มีศูนย์กลางเศรษฐกิจอันดับ2ของญี่ปุ่น มีความคึกคักด้านการท่องเที่ยว และเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกิน วัฒธรรม ปราสาทโอซาก้าและสวนสนุกที่สวยงามและโด่งดัง ย่านที่นักท่องเที่ยวนิยม คือ ย่านมินามิ นัมบะ และชินไซบาชิ ย่านคิตะ/อูเมดะ

6.นาฮะ (Naha/那覇)

Naha city
เป็นเมืองหลวงของเมืองโอกินาว่าที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และวัฒธรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ปราสาทชุริเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของนาฮะ และมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ทะเลสวย ถ้าใครได้มาเยือนต้องหลงรักอย่างแน่นอน

7.นารา (Nara/奈良)


เมืองที่เต็มไปด้วยความจำแห่งประวัติศาสตร์ เป็นเมืองที่มีดินแดนที่เต็มไปด้ยเสน่ห์ ทั้งสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ ศาสนา และอีกหนึ่งความประทับใจเวลาไปเยือนเมืองนี้คือความน่ารักของเจ้ากวางน้อย พร้อมสร้างรอยยิ้มให้กับท่านที่มาเยี่ยมชมอยู่เสมอ และยังมีแหล่งท่องเที่ยววที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น สวนนารา, วัดโทไดจิ, วัดยาคุชิจิ,ศาลเจ้าทานซาน, ภูเขาวาคาคุซายามะ และอื่นๆอีกมากมายที่พร้อมให้คุณมาสัมผัส

8.ฮิโรชิม่า (Hiroshima/広島)

Hiroshima
เมืองฮิโรชิม่าในอดีตเคยเป็นเมืองบนเกาะฮอนชูที่มีความรุ่งเรือง เป็นเมืองที่มีธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่สวยงาม เช่น ภูเขาที่เขียวชอุ่มและแม่น้ำ 6 สายที่ไหลผ่านเขตเมือง, ทะเลเซโตะไนที่สงบ และมีสถานที่สำคัญ คือ ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (厳島神社), สะพานคินไตเคียว (錦帯橋) และยังได้มีการสร้างอนุสรณ์เพื่อรำลึกความทรงจำอย่าง A-bomb Dome และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมาย คือ ปราสาทฮิโรชิมะ, สวนสาธารณะสันติภาพ,โดมปรมาณู,เพิพิธภัณฑ์แก้ว และอีกมากมาย

9.โกเบ (Kobe/神戸)

Kobe
เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีเอกลักษณ์ มีการผสมผสานกันระหว่างความเป็นตะวันตกและญี่ปุ่นเอาไว้ด้วยอย่างกลมกลืน เป็นเมืองที่มีเสน์ห์อย่างและน่าค้นหาและมีความหลากหลายของเชื้อชาติและวัฒนธรรมของผู้คนที่มารวมกัน มีท่าเรือและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เช่น พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว บ่อน้ำพุร้อนอะริมะ ไชน่าทาวน์ย่านนานกิ่งมะชิ สวนเมริเคน เป็นต้น เมืองโกเบจึงได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ

10.ฟุกุโอกะ (Fukuoka/福岡)

Fukuoka
เมืองฟุกุโอกะ เป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่ของภูมิภาคคิวชูที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เมืองที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยความทันสมัย เป็นท่าเมืองของญี่ปุ่นมาหลายร้อยปี เป็นปหล่งที่มีอาหารทะเลที่สดและอุดมสมบูรณ์ มีความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอย่างครบครัน ฟุกุโอกะมีสภาพภูมิกาศอบอุ่นแบบพื้นที่ทางตอนใต้ มีอากาศร้อนขึ้นในช่วงฤดูร้อน และฤดูหนาวที่มีอากาศไม่หนาวจัด ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วงนับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการมาเยือน ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่มีการจัดงานเทศกาล Hakata Dontaku ที่เที่ยวสุดฮิต เช่น 1.ย่านซุ้มขายอาหารสไตล์ยาไตริมแม่น้ำ(Yatai Food Stall) 2. สวนโอโฮริ(Ohori Park) 3. วัดโชฟุคุจิ(Shofukuji) 4. สวนสาธารณะริมทะเล โมโมชิ และหอคอยฟุกุโอกะ(Momochi Park and Fukuoka Tower) 5. ย่านช้อปปิ้ง เทนจิน(Tenjin) เป็นต้น

เทศกาลญี่ปุ่น

5เทศกาลญี่ปุ่นที่น่าสนใจ

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งเมืองที่มีความสวยงามสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ทั้งเทศกาลที่จัดขึ้นเกือบตลอดทั้งปีวันนี้เราจึงขอยกตัวอย่าง 5 เทศกาลที่น่าสนใจของญี่ปุ่นมาให้ท่านได้ชมกัน

1.Yamaguchi Tanabata Chouchin Matsuri

Yamaguchi Tanabata Chouchin Matsuri
เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของญี่ปุ่น จะจัดขึ้นในวันที่ 6-7 สิงหาคม เทศกาลนี้เริ่มจัดขึ้นมาตั้งแต่สมัย Muromachi โดยกษัตริย์ของ Oouchi เพื่อเป็นการรำลึกถึงชาวบรรพบุรุษ โดยมรการสร้างโคมไฟประมาณ 100,000ดวง ขึ้นมา เต็มไปด้วยโคมไฟที่ห้อยมีความสวยงามและตระการตาเป็นอย่างมาก

2.Kanda Matsuri

Kanda Matsuri
เป็นเทศกาลของของศาลเจ้า Kanda Myojin ซึ่งมีมานานตั้งแต่สมัยเอโดะ และเป็นอีกหนึ่งเทศกาลของโตเกียวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก จัดขึ้นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ประมาณวันที่ 15 พ.ค. ไฮไลท์ประจำงานคือขบวนแห่สวยงามที่ผ่านใจกลางกรุงโตเกียวในวันเสาร์ และขบวนพาเหรดของเกี้ยวมิโคชิ(mikoshi)ในวันอาทิตย์

3.Nagasaki Kunchi

Nagasaki Kunchi
เป็นเทศกาลที่สือทอดมานานกว่า 400 ปีแล้ว ที่ศาลเจ้า SUWA จัดขึ้นในช่วง 7-9 ต.ค. ความน่าสนใจคือการผสมผสานวัฒนธรรมจากจีนและฮอลแลนด์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ยังมีการแสดง ขบวนแห่ที่สวยงามอีกมากมาย รวมถึงการเชิดสิงโตแบบจีน ที่ท่านไม่ควรพลาด

4.Chichibu Yomatsuri

Chichibu Yomatsuri
เทศกาลศาลเจ้าChichibu ของจังหวัดไซตามะ จะจัดขึ้นในช่วง 2-3 ธ.ค. ของทุกๆปี เป็นอีกหนึ่งเทศกาลของญี่ปุ่นที่มีความสวยงามและไม่ควรพลาด งดงามด้วยขบวนเกี้ยวที่งดงามด้วยการตกแต่งโคมไฟ พรม และไม้แกะสลักลงรักปิดทอง คึกคักด้วย ดนตรีจากขลุ่ยและกลอง พร้อมการแสดงดอกไม้ไฟสุดตระการตา

5.Nebuta Matsuri

Nebuta Matsuri
Nebuta Matsuri เทศกาลพาเหรดโคมไฟสุดยิ่งใหญ่อลังการ ประจำฤดูร้อนของจังหวัดอาโอโมริ จัดขึ้นทุกวันที่ 2-7 สิงหาคม ของทุกปี ตื่นตากับขบวนแห่โคมไฟขนาดมหึมา พร้อมการแสดงไม่ว่าเป็นการระบำ และดนตรีสนุกสนาน โคมไฟมีขนาดตั้งแต่ 3-9 เมตร ทำจากกระดาษเพนท์สีประดับบนโครงข้างในเป็นไฟฟ้า มีรูปร่างแตกต่างกันไปทั้งเทพเจ้า ปีศาจ ประวัติศาสตร์ หรือเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น

มารยาทในการรับประทานอาหาร

มารยาทพื้นฐานของญี่ปุ่น

มารยาของญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาหลายอย่าง เช่น ศานาพุทธ โดยเฉพาะ นิกายเซน ศิลปพิธีการชงชา ศาสนาชินโต เป็นต้น เพื่อเป็นการขัดเกลาให้ทุกคนมีระเบียบวินัยและรักษามารยาท หลักการมารยาทที่ได้รับอิทธิพลมากที่สุดคือ “คำสอนของศาสนาขงจื้อ” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศจีน ซึ่งตอนนั้นญี่ปุ่นไม่ได้นับถือศาสนาขงจื้อเป็นศาสนา จะนับถือเป็นหลักมารยาท ศาสนาขงจื้อยังมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อความคิดของชาว เอเซียเหนือ ทั้งญี่ปุ่น จีน และเกาหลี จึงทำให้มารยาททั้ง3ประเทศมีความคล้ายกันหลายอย่าง

มารยาทในการรับประทานอาหาร
มารยาทในการรับประทานอาหารของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันออกไปไม่มากก็น้อย ด้วยประวัติศาสตร์ ความเชื่อ วิถีชีวิต ที่ไม่เหมือนกัน และการรับประทานร่วมโต๊ะกับคนญี่ปุ่นนั่นที่ถูกต้องนั้นไม่เพียงแต่ได้รับคำชื่นชมแต่ยังจะได้ความไว้วางใจจากคนญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของวัฒธรรมและจะทำให้การคบหาสมาคมเป็นไปอย่างสนิทสนมมากขึ้น

1.จะมีการกำหนดที่นั่งของแต่ละบุคลอย่างชัดเจน

2.ก่อนรับประทานอาหารจะต้องกล่าวคำว่า Itadakimasu (いただきます) และหลังรับประทานอาหารเสร็จกล่าวคำว่า Gochisousama (ごちそうさま) โดยพนมมือระดับอก ก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณผู้ที่ปรุงอาหาร

3.ยกภาชนะทุกอย่างระหว่างอก ในขณะที่กำลังรบประทานอาหาร ควรถือไว้ด้วยมือซ้ายหรือข้างที่ไม่ได้ใช้ตะเกียบ ถ้าท่านไม่ยกภาชนะขึ้นจากโต๊ะแต่ใช้ศีรษะก้มลงไปทานถือเป็นการเสียมารยาท

4.การคีบอาหารเข้าปาก ห้าม!!ใช้มืออีกข้างรองใต้อาหาร อาจดูเป็นสิ่งที่ทำแล้วดูมีมารยาท แต่จริงๆถือว่าเป็นการเสียมารยาท

5.ควรใช้ตะเกียบรับประทานอากหารทุกชนิด โดยใช้ปลายตะเกียบเท่านั้น

6.ขณะที่ท่านรับประทานอาการควรสลับ ในการทานน้ำซุป-กับข้าว-ข้าวสวย ไม่ควรรับประทานอย่างเดียว

7.น้ำซุปหรือชามของนึ่ง ห้ามใช้ช้อนให้ยกขึ้นดื่มโดยตรง

8.การรับประทานน้ำซุปหรือบะหมี่ ควรทานให้มีเสียงเล็กน้อย

9.ในขณะเคี้ยวอาหารไม่ควรขยับตะเกียบไปมา และไม่ควรแสดงท่าทางว่าท่านจะคีบอาหารชิ้นต่อไป

10.การขอข้าวเพิ่ม ควรเหลือข้าวสวยติดก้นชามไว้ 1 คำ

11.การรับชามข้าวหรือซุปที่ขอเพิ่มควรรับด้วย2มือ และวางบนถาดหน้าตัวเองแล้วค่อยรับประทานต่อ

12.ไม่ควรใช้ตะเกียบสัมผัสอาหารจานที่เราไม่ชอบหรือรับประทานไม่ได้

13.ไม่ควรท้าวข้อศอกบนโต๊ะอาหาร

14.ไม่ควรชะโงกหน้าไปดูอาหาร

15.ไม่ควรทานอาหารให้เหลือ

16.ไม่ควรลุกจากที่นั่งถ้าไม่จำเป็น

17.ไม่ใช้ไม้จิ้มฟันระหว่างทาน

18.ไม่ควรใช้มือสัมผัสเส้นผมขณะรับประทานอาหาร

19.ห้ามวางสิ่งของบนโต๊ะอาหาร

20.ดื่มชา ตอนรับปรทานอาหารเสร็จเท่านั้น

21.ไม่ควรใช้โทรศัพท์ขณะรับประทานอาหาร

japan

ฤดูสุดโรแมนติกของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลแต่ละฤดูกาลจะมีสวยงามและความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป และบรรยากาศที่สุดโรแมนติกพร้อมให้คุณมาสัมผัส

ฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ร่วง

เป็นฤดูที่มีอากาศที่อบอุ่นเป็นสัญญาณแห่งการต้อนรับฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงาม ใบของต้นไม้ต่างๆเช่นต้นเมเปิล จะเริ่มผลัดเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีแดง และภูเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีเหลืองและแดง มองแล้วซึ่งเป็นภาพและบรรยากาศที่ช่างโรแมนติกยิ่งนัก นอกจากนี้ ที่ญี่ปุ่นจะเรียกอีกอย่างว่า “ฤดูใบไม้ร่วงแห่งการกิน” เพราะเป็นฤดูกาลที่ของอร่อยจากท้องทะเลและภูเขามากมายจะถูกเก็บเกี่ยวออกมา

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายนโดยใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี ไล่จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น แต่ละพื้นที่ก็จะมีช่วงเวลาที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแตกต่างกันออกไป ซึ่งช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีอาจคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ

ฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มต้นในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤภาคม เป็นเวลาแห่งความสดชื่น เพราะในช่วงนี้ใบไม้จะผลิดอกออกผล ใบไม้ที่เขียวขจีและลมเย็นสบาย ฤดูนี้เป็นฤดูที่น่าเที่ยวที่สุด โดยเฉพาะเดือนเมษายนที่มีดอกซากุระบานสะพรั่งปกคลุมด้วยสีชมพูและสีขาว ที่มองดูแล้วสดชื่นสบายตา

ฤดูร้อนของญี่ปุ่น

ฤดูร้อนของญี่ปุ่น

ฤดูร้อนของญี่ปุ่นจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม ช่วงนี้จะเป็นช่วงปลูกขาวของชาวนา และจะมีอากาศที่อบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ เป็นฤดูแห่งความสนุกเพราะมีช่วงงานประจำปีเยอะรวมถึงการฉลองต่างๆมากมาย ที่เต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวอย่างหนาแน่นในช่วงฤดูนี้ และการตากอากาศริมทะเล ที่มีท้องฟ้าสดใส กับอากาศดีๆ ซึ่งส่วนใหญ่คนนิยมไปทะเลในเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม

ฤดูหนาวของญี่ปุ่น

ฤดูหนาวของญี่ปุ่น
เริ่มตั้งธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่มีการปกคลุมไปด้วยหิมะ โดยเฉพาะในภาคเหนือแม่น้ำและทะเลสาบบางแห่งจะกลายเป็นน้ำแข็ง บนภูเขาก็จะมีการนิยมเล่นสกีกันในเมืองซัปโปโร ที่เกาะฮอกไกโด และจะมีการจัด”เทศกาลหิมะ” เพื่อเฉลิมฉลอง มีการประกวดปั้นหิมะเป็นรูปกันอย่างสนุกสนาน ช่วงฤดูนี้จะเป็นช่วงเวลาของคนในครอบครัว ทุกคนจะออกมาผิงไฟร่วมพูดคุย ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นจริงๆ