Tag Archive สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

จังหวัดทตโตริ

ที่เที่ยวห้ามพลาดของจังหวัดทตโตริ ศิลปะและธรรมชาติอันน่าทึ่ง

จังหวัดทตโตริ(Tottori) นับเป็นจังหวัดนอกสายตาที่น่าเที่ยวไม่เป็นสองใคร ด้วยความที่ครบเครื่องทั้งธรรมชาติที่มีทั้งภูเขาไดเซ็นอันเลื่องชื่อ มีเนินทรายชื่อดังระดับประเทศ การเป็นจังหวัดที่จับปูได้มากที่สุดของญี่ปุ่น รวมทั้งยังมีลูกแพร์สายพันธุ์ท้องถิ่นที่ใครได้ชิมต้องหลงรักไปตามๆกัน เรียกได้ว่าแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆไม่ดังมากแต่มีเสน่ห์มากอย่าบอกใครเชียวล่ะค่ะ โดยครั้งนี้เราจะพาไปปักหมุดกับ ที่เที่ยวน่าไปของเมืองทตโตริ” ที่ถ้ามาแล้วพลาดไม่ได้เด็ดๆ จะมีที่ไหนบ้างนั้นตามให้ไวเลย

เนินทรายทตโตริตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติซานินไคกัน เนินทรายที่ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์การท่องเที่ยวของทตโตริที่ไม่มาไม่ได้แล้ว ทั้งความอลังการงานทรายที่สูงถึง 50 เมตร และความกว้างถึง 2 กิโลเมตร บวกกับความเก่าแก่ที่ว่ากันว่าเกิดขึ้นมานานมากกว่าพันปีเลยครับ มาแล้วไม่ได้มีแค่ให้เดินชมอย่างเดียว เพราะเขากิจกรรมทำให้สนุกๆทั้ง กระดานทราย หรือถ้าอยากอินกับความทรายก็สามารถขี่อูฐเดินบนเนินทรายชิลๆ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กจุดสำคัญของทตโตริที่ไม่มานี่พลาดอย่างแรงเลยครับ

เวลาทำการของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว :

เดือนมีนาคม-เดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 9:30-16:30 น.

และเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 10:00-16:00 น.

วัดคินคะคุจิ

ที่เที่ยวเกียวโต เดินทางง่ายๆ ต้องแวะไป ที่คุณควรพลาด !!

วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) หรือ วัดทอง (Golden Pavilion) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของเกียวโตที่ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก่าแก่มากๆ แห่งหนึ่งของญีปุ่นอีกด้วย ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1994 

ที่เที่ยวเกียวโต วัดทอง ญี่ปุ่น

ความสวยงามของปราสาททองคำซึ่งตระหง่านกลางสระน้ำ เป็นภาพความสวยงามที่น่าประทับใจอย่างมาก อีกจุดเด่นก็คือ บนหลังคามี รูปหล่อนกฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคล ทำจากสำริดคล้ายกับวิหารทองที่งดงาม ใครที่มาเที่ยวเกียวโตแล้ว ต้องไม่พลาดแวะมาวัดคินคะคุจิแห่งนี้

พระราชวังอิมพีเรียล

ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2022 ที่คุณไม่ควรพลาด หลังจากเปิดประเทศ!

พระราชวังอิมพีเรียล

ใครที่ชอบการท่องเที่ยวตามสถานที่ประวัติศาสตร์อยู่แล้ว ถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาดการไปเยือนพระราชวังอิมพีเรียลสักครั้ง ที่นี่มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “พระราชวังเอโดะ” ซึ่งแต่เดิมเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิของญี่ปุ่นในอดีต ถ้าหากจะเจาะให้ลึกขึ้น แต่เดิมที่ตรงนี้เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แต่ด้วยทำเลที่ดีเลยกลายเป็นสถานที่ประชุมลับ เป็นฐานทัพ และกลายเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลทหารก่อนที่จะเข้าสู่ยุคเมจิ ที่มีการปฏิวัติการปกครองแบบโชกุนให้กลายมาเป็นระบบจักรพรรดิแทน และได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้ให้กลายเป็นพระราชวังแห่งนี้นี่เอง ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้จะไม่ได้เป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิแล้ว แต่ก็กลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ยังถูกเก็บไว้อย่างดี มีการเปิดให้คนนอกเข้าชมเป็นบางจุด และสามารถเข้าชมได้ทุกจุดเป็นบางวาระ ก็สามารถไปเยี่ยมชมและท่องเที่ยวภายในกันได้

น้ำตก Nachi วากายามะ

น้ำตกที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น น้ำตก Nachi วากายามะ

น้ำตก Nachi เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สูงถึง 133 เมตร ลึก 10 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของ Sacred Site and Pilgrimage Routes in the Kii Moutain Range ซึ่งเป็นมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก้ คำยกย่องยาวเหยียดขนาดนี้ ไม่ควรพลาดที่จะได้ชมวิวเจดีย์สามชั้นขนาบคู่กับน้ำตกที่สวยงาม ด้วยประการทั้งปวง

หลายคนรีวิวว่า บางทีไปก็ฟ้าไม่เปิด หรือน้ำตกน้ำไม่เยอะ อันนี้ก็ต้องทำพิธีกรรมสวดมนต์หรือขอพรก่อนไปด้วย อย่างแอดนี่ทำบุญเก้าวัดก่อนมา ผลบุญเลยทำให้เห็นทุกอย่างชัดเจน น้ำตกก็ไหลไม่สะดุด ฟินจริงๆ

🚗วิธีการเดินทาง

📍พิกัด: Nachisan, Nachikatsuura Town

ชึ้นรถบัส Kumano Kotsu Bus จากสถานี JR Shingu Station ลงป้าย “Taki-mae”การเดินทางไปน้ำตก Nachi มีหลายแบบ ทรหดสุดคือเดิน! ซึ่งมีคนนิยมเดินแสวงบุญไปยังน้ำตกนี้จำนวนมาก

เช่าชุดมาใส่กับวิวบรรยากาศเทพๆแบบนี้

เช่าชุดได้ที่ร้านน้ำชา Diamon-Zakachaya เป็นร้านเล็กๆที่มีคุณยายน่ารักรอต้อนรับอยู่ ค่าเช่าเพียง 2,000 เยน แต่ชุดคือใส่ยากมาก พิถีพิถันในการใส่สุดๆ เพราะเป็นผ้าผืนขนาดใหญ่ และต้องจีบ พับ ม้วน ผูก ให้เข้ากับสรีระ กว่าจะใส่เสร็จ ก็รู้สึกได้ว่าคุณยายแอบหอบ เกินราคา 2,000 เยนไปมากๆ

อุโมงค์วิสทีเรีย

จุดถ่ายรูป เช็คอิน อุโมงค์วิสทีเรีย เมืองคิตะคิวชู จ.ฟุกุโอกะ

อุโมงค์วิสทีเรีย  (Kawachi Fuji Garden) เมืองคิตะคิวชู (Kitakyushu) จ.ฟุกุโอกะ

ช่วงฤดูใบไม้ผลิคงไม่มีความงดงามใดเกินหน้าเกินตาเหล่ามวลบุปผาและดอกไม้นานาพันธุ์ ที่กำลังออกดอกเผยความงามเบ่งบานอวดสายตาเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเองและจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งดอกบ๊วยและดอกสึบากิ (ดอกคามิเลีย) ที่เผยความงามก่อนหน้านี้ไปบ้างแล้ว ดอกซากุระอันโด่งดังก็ได้รับการพยากรณ์ว่าจะเริ่มผลิดอกช่วงประมาณกลางเดือนมีนาคมนี้ ไล่ขึ้นไปตั้งแต่โอกินาว่าทางใต้จรดเกาะฮอกไกโดทางเหนือ

และอีกหนึ่งความงดงามที่กำลังเบ่งบานไล่เลี่ยกันอย่างดอกวิสทีเรีย (Wisteria) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่าดอกฟูจิ โดยเฉพาะที่ คาวาจิ ฟูจิ การ์เด้น (Kawachi Fuji Garden) เมืองคิตะคิวชู (Kitakyushu) จ.ฟุกุโอกะ (Fukuoka) ภายในสวนแห่งนี้มีดอกวิสทีเรียมากกว่า 22 สายพันธุ์ พร้อมบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร

ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่าดอกฟูจิ
อุโมงค์วิสทีเรีย

ความจริงแล้วสวนแห่งนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งต้องขอบคุณทางเจ้าของสวนใจดี ที่เปิดประตูให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมความงาม (แต่เก็บเงินนะ) สำหรับปีนี้ กำหนดการการเยี่ยมชวนสวน Kawachi Fuji Garden ได้ประกาศออกมาแล้วคือระหว่างวันที่ 21 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2561 เริ่มจำหน่ายบัตรเข้าชมในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ (7 Eleven กับ Family Mart ทุกสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น) โดยราคาค่าบัตรขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความงามบานสะพรั่งของดอกวิสทีเรียในวันนั้นๆ (ราคาประมาณ 500- 1,500 เยน)

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)” ในจังหวัดโคชิ (Kochi)

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)ในจังหวัดโคชิ (Kochi) เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชิโกะคุ (Shikoku) มีความยาวทั้งสิ้นเกือบ 190 กิโลเมตร และเนื่องจากสายน้ำแห่งนี้ใสสะอาดราวกับกระจก จึงอุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งมีชีวิตต่างๆมากมาย และงดงามด้วยทัศนียภาพสวยงามของท้องทุ่งชนบท โดยในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม บริเวณรอบๆ แม่น้ำแห่งนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน เช่น พายเรือแคนู ล่องแก่ง ปั่นจักรยาน หรือ ล่องเรือชมแม่น้ำได้อีกด้วย

แม่น้ำที่มีความยาวกว่า 190 กิโลเมตร เรียกว่ายาวมากที่สุดในภูมิภาคชิโกกุเลยนะ แต่ชื่อเสียงของมันไม่ได้มีแค่ความยาวเท่านั้น

เพราะแม่น้ำชิมันโตะยังได้รับการขนานนามว่าใสและสะอาดมากๆ เป็นแหล่งน้ำจากธรรมชาติท่ามกลางทัศนีย์ภาพที่โอบล้อมด้วยภูเขาและอากาศบริสุทธิ์

แหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณรอบๆ นั้น ผู้คนต่างรักษาความสะอาด เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติและแม่น้ำ ทำให้แหล่งน้ำที่นี่ยังใสสะอาดอยู่

ไม่ใช่แค่เดินชมได้แค่อย่างเดียว แต่ที่แม่น้ำชิมันโตะมีกิจกรรมที่สามารถทำได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนนู ล่องแก่ง ปั่นจักรยานชมวิวโดยรอบ เพราะที่นี่มีสะพานชินกะ (Chinka bridge) หรือสะพานที่ไม่มีราวกั้น พาดระหว่างสองฝั่งแม่น้ำให้คุณสามารถเดินข้ามไปมาหรือปั่นจักรยาน ชมความใสสะอาดและธรรมชาติรอบๆ แม่น้ำได้

จังหวัดชิกะ Shiga

จังหวัดชิกะ Shiga

จังหวัดเล็กๆ บรรยากาศชิลล์ๆ จังหวัด ชิกะ (Shiga) หนึ่งใน จังหวัดของภูมิภาคคันไซ ที่ถึงแม้ไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่า จังหวัดนี้อยู่ห่างจากเกียวโตแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่นั่งรถไฟ JR Tokaido-Sanyo Line จากสถานีเกียวโต เพียง 9 นาที ก็ถึงสถานี Otsu เมืองหลักของชิกะแล้ว

จังหวัดชิกะ (ญี่ปุ่น: 滋賀県 โรมาจิ: Shiga-ken) เป็นจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณภาคคันไซ มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองโอตสึ มีขนาดพื้นที่ทั้งสิ้น 4,017.36 ตารางกิโลเมตร ในสมัยก่อน ชิงะ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ มณฑลโอมิ (ญี่ปุ่น: 近江国 โรมาจิ: Ōmi no kuni) หรือโกชู (ญี่ปุ่น: 江州 โรมาจิ: Gōshū) ก่อนที่จะมีการใช้ระบบการบริหารราชการแบบแบ่งจังหวัดขึ้น มณฑลโอมิเป็นเพื่อนบ้านกับนาระ และเกียวโต เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างญี่ปุ่นตะวันตกและตะวันออก ในช่วง ค.ศ. 667 ถึง ค.ศ. 672 นั้น จักรพรรดิเท็นจิทรงสร้างพระราชวังที่โอตสึ จากนั้น ในปี ค.ศ.742 จักรพรรดิโชมุทรงสร้างพระราชวังที่ชิงารากิ ในช่วงต้นของยุคเฮอัง พระภิกษุไชโชเติบโตขึ้นที่โอตสึและได้สร้างวัดเอ็นเรียกุซึ่งเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายมหายานแบบเท็นได และได้ปัจจุบันได้เป็นหนึ่งในมรดกโลกพร้อมกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งในเกียวโต

พื้นที่ 1 ใน 6 ของจังหวัดชิกะ มีทะเลสาบ Biwa ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และรอบ ๆ ทะเลสาปนั้นคือภูเขาลูกใหญ่หลายลูกที่มีต้นไม้เขียวขจีปกคลุมอยู่ ยิ่งถ้าช่วงใบไม่เปลี่ยนสี ภูเขาทุกลูกก็จะมีสีแดงสลับเหลืองของใบเมเปิ้ล เป็นภาพที่สวยงามเกินจะบรรยาย เรียกได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากๆเลยล่ะ

นอกจากการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง พร้อมทั้งทำกิจกรรมสนุก ๆ ในจังหวัดชิกะแห่งนี้ได้ด้วย ! ไปดูกันเลย

วัดมรดกโลก Enryakuji Temple

วัดเอนรยาคุจิ (Enryakuji Temple) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Hiezan บริเวณระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตและจังหวัดชิกะ ก่อตั้งโดยพระรูปหนึ่งซึ่งมีนามว่า Dengyodaishi Saicho เป็นสถานที่ซึ่งมีเหล่าพระสงฆ์ระดับปรมจารย์มากมาย และยังเป็นที่ให้กำเนิดนิกายต่าง ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความขลัง และน่าศรัทธามาก ๆ

ภายในวัดมีอาณาเขตกว้างขวาง เมื่อมองลงไปจากบริเวณวัดจะสามารถมองเห็นตัวเมืองเกียวโตและทะเลสาบบิวะได้อีกด้วย หากจะเดินชมให้ทั่วทั้งบริเวณของวัด อาจต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงเลยล่ะ

จุดท่องเที่ยวภายในวัดจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ด้านทิศตะวันออก (Toudou) ด้านทิศตะวันตก (Saidou) และด้าน Yokawa ซึ่งประกอบไปด้วยโบสถ์วิหารจำนวน 16 แห่ง และโบสถ์วิหารจำนวนมากยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ MIHO MUSEUM

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่าเนินเขาทางทิศตะวันตกของเมืองโคคะ (Koka) ถูกก่อตั้งและออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียง Koyama Mihoko ใครที่ชอบเสพงานศิลป์ และสถาปัตยกรรม ขอบอกว่าห้ามพลาด

เพราะโครงสร้างและการออกแบบของอาคารที่สุดโดดเด่นท่ามกลางป่าเขียวขจี นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ! เพราะมีอุโมงค์ขนาดใหญ่และยาวที่ตัดลอดภูเขา มองเห็นแสงสว่างที่ลอดผ่านวิวทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้า รวมถึงดอกซากุระสีชมพูสดใสที่รอต้อนรับคุณอยู่ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยล่ะ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมของสะสมโบราณทางศิลปะรวมไปถึงของชาวอียิปต์ โรมัน และวัฒนธรรมเอเชียอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของสะสมส่วนตัวของคุณ Koyama อีกด้วย และจะมีการจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี

ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

ภูมิภาคคันไซ(Kansai)เป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมานานนับพันปีเพราะเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของญี่ปุ่นในอดีตถึง 2 เมืองคือ นะระ(Nara) และ เกียวโต(Kyoto) และในปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของเมืองโอซาก้า(Osaka)ที่เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ญี่ปุ่นด้วย

ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดทั้งหมด 6 จังหวัดมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและมากมายไม่แพ้ภูมิภาคอื่นๆเลยตั้งแต่ ปราสาทฮิเมจิที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น, ทะเลสาบบิวะโกะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น, แหล่งรวมวัดและศาลเจ้าโบราณและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกที่เมืองเกียวโต รวมถึงสวนสนุกยูนิเวอร์ซัลสตูดิโอ สวนสนุกระดับโลกจากฮอลลีวู้ดที่เมืองโอซาก้า

ของขึ้นชื่อใน คันไซ(Kansai) – ชาอูจิ Uji Tea
พื้นที่ต่างๆใน คันไซ(Kansai) – เกียวโต(Kyoto), โอซาก้า(Osaka), นารา(Nara), เฮียวโงะ(Hyogo), วาคายาม่า(Wakayama), ชิงะ(Shiga), มิเอะ(Mie)

ภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)

ชูโกกุ(Chugoku)

ภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku) มีความหมายว่า “ภูมิภาคที่อยู่ตรงกลาง” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะฮอนชู ถัดจากภูมิภาคคันไซ(Kansai) หรือบางคนเรียกว่า West Kansai ในภูมิภาคนี้จะแบ่งออกเป็นฝั่งอุตสาหกรรม เรียกว่า ซันโย(Sanyo) ซึ่งเลียบฝั่งทะเลเซโตะ(Seto Inland Sea coast) และฝั่งชนทบ เรียกว่า ซานิน(Sanin) ซึ่งเลียบฝั่งทะเลญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น 5 จังหวัดย่อยๆ ที่ปลายสุดของภูมิภาคชูโกกุจะเป็นจังหวัดยามากูจิซึ่งจะติดกับภูมิภาคคิวชู(Kyushu)ซึ่งเชื่อมต่อกันได้ทั้งทาง รถไฟ ถนน และทางเรือ ทำให้ที่นี่จะเป็นทางผ่านและจุดเชื่อมต่อระหว่างเกาะใหญ่ฮอนชูและคิวชู
แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของชูโกกุบางส่วน เช่น ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ(Itsukushima Shrine), ทะเลทรายเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่ต็อตโตริ (Tottori Sand Dunes), สะพานคินไตเคียว(Kintai-Kyo Bridge), และปราสาทฮิโรชิม่า(Hiroshima Castle)
พื้นที่ต่างๆใน ชูโกกุ(Chugoku) – ฮิโรชิม่า(Hiroshima), ยามากูจิ(Yamaguchi), โอคายาม่า(Okayama), ต็อตโตริ(Tottori), ชิมาเนะ(Shimane)
ภูมิภาคโอกินาว่า(Okinawa)

โอกินาว่า(Okinawa) 

โอกินาว่า(Okinawa) เป็นจังหวัดที่อยู่ทางทิศใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยหมู่เกาะเล็กๆกว่า 12 เกาะ บริเวณครึ่งหนึ่งของเกาะนันเซ โชโตะ(Nansei Shoto) ห่างจากเกาะคิวชูไปกว่า 1,000 กิโลเมตรไปทางไต้หวัน

cover-okinawa
จังหวัดโอกินาว่าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเกาะใหญ่ๆ ได้แก่ หมู่เกาะโอกินาว่า(Okinawa Shoto) รอบๆเกาะโอกินาว่า(Okinawa Honto) หมู่เกาะมิยาโกะ(Miyako Tetto)รอบๆเกาะมิยาโกะ และหมู่เกาะยาเอยาม่า(Yaeyama Retto)รอบๆเกาะอิชิงากิ(Ishigaki Island)

ของขึ้นชื่อใน โอกินาว่า(Okinawa) – 10 ของฝากยอดนิยมจากเกาะจากโอกินาว่า
พื้นที่ต่างๆใน โอกินาว่า(Okinawa) – หมู่เกาะโอกินาว่า(Okinawa Islands), หมู่เกาะยาเอยาม่า(Yaeyama Islands), เกาะมิยาโกะ(Miyako Island), เกาะคุเมะ(Kume Island)