Category Archiveสถานที่ท่องเที่ยว

ริมคลองโอตารุ Otaru Canal Area ญี่ปุ่น

ริมคลองโอตารุ Otaru Canal Area ญี่ปุ่น

ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ถ้าไม่มาเหมือนมาไม่ถึงเมืองโอตารูเลยนะคะ  ในอดีตเป็นท่าเรือที่คึกคักในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เรือลำใหญ่จะถ่ายสินค้าลงเรือลำเล็กและลำเลียงไปตามคลอง  บริเวณคลองแห่งนี้ได้รับการบูรณะให้สวยงามขึ้นจนน่าเที่ยวขนาดนี้ แถมโกดังริมคลองก็เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และร้านอาหาร ช่วงกลางคืนนี่เรียกว่าเป็นไฮไลต์สำหรับการท่องเที่ยวเลยนะคะ แบบว่าถ้าอยากรู้ว่าดีงามยังไงนี่ต้องมาพิสูจน์กันตั้งแต่ช่วงเย็นๆไปจนค่ำนี่แหล่ะค่ะ

น้ำตกใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น วากายามะ Nachi Falls

น้ำตกใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น วากายามะ Nachi Falls

สำหรับการไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น ก็มีสถานที่เที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือ สวนดอกไม้ หรือ ฤดุหนาวเทศการหิมะ วันนี้เราจะพาท่านมา ชมน้ำตก ที่ บริเวณน้ำตกยังมีศาลเจ้า Kumano Nachi Taishai แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า หนึ่งในมรดกโลก อยู่ใกล้ๆ

วัดเซนโซจิ หรือวัดอาซากุสะ (Sensoji Temple)

วัดเซนโซจิ หรือวัดอาซากุสะ (Sensoji Temple)

เป็นอีกหนึ่งวัดที่พลาดไม่ได้เมื่อไปโตเกียวก็คือวัดเซ็นโซจิ หรือที่คนไทยเรียกว่าวัดอาซากุสะ จุดเด่นคือโคมแดงขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงทางเข้า นอกจากจะได้ไหว้พระขอพรแล้ว ด้านหน้าทางเข้าวัดยังเป็นตลาดที่มีทั้งของกินของฝากมากมาย เรียกว่าจะเดินเข้าหรือเดินออกก็อิ่มท้องอิ่มบุญกันถ้วนหน้า วันนี้เราเลยเก็บภาพสวยๆมาฝาก เผื่อใครที่กำลังมองหาที่เที่ยว จะได้ไปไหว้พระขอพรกัน

Kawachi Fuji Garden ฟุกุโอกะ

Kawachi Fuji Garden ฟุกุโอกะ

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุน น้้นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและเป็นความฝันของหลายๆคนที่สักครึ่งหนึ่งในชีวิตจะได้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นสักครั้ง วันนี้เราพาดูอีกสถานที่ท่องเที่ยวของ เมืองคิตะคิวชู จ.ฟุกุโอกะ ที่เขาว่ากันว่ามีความสวยงามเหมือนภาพถ่ายสีน้ำเลยที่เดียว

มีความรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ในภาพวาดสีน้ำมันแสนสวยไหม ? ที่ในฝันตั้งอยู่ที่นี่แล้วค่ะ ท่ามกลางอุโมงค์ดอกไม้ Wisteria นั่นเอง สวน Kawachi Fuji Garden นี้มีต้น Wisteria มากกว่า 150 ต้นและ 20 สายพันธุ์ บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร เหมาะกับการไปเดินชิลๆ ผ่อนคลายสบายใจ นอกจากนี้ช่วงปลายๆ เดือนเมษายนของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลอง Wisteria Festival อีกด้วยค่ะ

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine : 明治神宮) เป็นศาลเจ้าแบบชินโต ซึ่งมีความเชื่อว่าจักรพรรดิเป็นประมุขของศาสนา สืบสายเลือดมาจากเทพ การสร้างศาลเจ้าก็เพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และ พระราชินีโชเคง (Empress Shōken)  ที่ตั้งของศาลเจ้าฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว ในย่านฮาราจุคุ ใกล้กับสถานี JR Harajuku แต่พระศพของจักรพรรดิไม่ได้อยู่ที่ศาลเจ้านี้ กลับอยู่ที่เมืองเกียวโต

ศาลเจ้าเมจิสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1915 ภายหลังที่จักรพรรดิเมจิ ได้เสียชีวิตลง การสร้างศาลเจ้าแห่งนี้เป็นงานยิ่งใหญ่ระดับชาติ มีการออกแบบ และ สร้างโดยนักออกแบบชั้นนำ และ ช่างฝีมือ ชาวญี่ปุ่นได้มีส่วนร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าเมจิ ด้วยการบริจาคต้นไม้เพื่อปลูกเป็นป่ารอบๆ ศาลเจ้า มีต้นไม้ถูกส่งมาจากทั่วญี่ปุ่นถึง 100,000 ต้น มากเพียงพอที่จะทำให้เป็นป่ากลางเมือง บนพื้นที่ 170 เอเคอร์ (ประมาณ 430.1 ไร่)

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินรบของสหรัฐอเมริกา มีผลทำให้ศาลเจ้าได้รับความเสียหาย หลังจากสงครามเสร็จสิ้นจึงมีการสร้างขึ้นใหม่ และเสร็จในปี ค.ศ. 1958

ศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากในประเทศญี่ปุ่น มักจะมีการจัดงานแต่งงานที่นี่อยู่บ่อยๆ ในวันปีใหม่จะมีชาวญี่ปุ่น และ นักท่องเที่ยวมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ถึง 3 ล้านคน คนญี่ปุ่นจะไม่นิยมการ Countdown หรือเฉลิมฉลอง แต่จะนิยมเข้าวัดหรือศาลเจ้าในช่วงวันสุดท้ายของปี หรือวันขึ้นปีใหม่

บุคคลสำคัญที่มาเยือนศาลเจ้านี้ได้แก่ประธานาธิปดี George W. Bush, Hillary Clinton และรัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมัน Guido Westerwelle

สวนกวางนารา (Nara Park)

สวนกวางนารา (Nara Park)

ไฮไลท์เด็ดของเมืองนารา (Nara) ก็คือ “สวนกวางนารา (Nara Park)” ซึ่งนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติสวยๆ ยังมีกวางเยอะแยะเต็มไปหมด เพราะเมืองนี้จะถือว่ากวางเป็นสัตว์ที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีความเชื่อเกี่ยวกับกวาง จึงทำให้กวางกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองนาราไปแล้ว ใครที่อยากจะให้อาหารกวาง ถ่ายรูปกับกวางอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ลองไปเที่ยวที่เมืองนาราดูสักครั้ง นอกจากจะมีกวางเป็นไฮไลท์แล้ว ที่นาราเองก็ยังมีวัดเก่าแก่ที่น่าสนใจ เหมาะกับการไปไหว้พระขอพร

ภายในสวนเป็นที่อยู่ของกวางจำนวนมาก เมืองนารานั้นมีกวางเกือบ 1200 ตัว ซึ่งทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนารา โดยจากเหล่าน้องกวางสุดน่ารักที่จะได้เห็นกันในระยะประชิดภายในบริเวณสวนแห่งนี้จะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มากๆในตัวเมืองนารา ใครที่กลัวว่ากว้างจะดุก็ไม่ต้องกลัวกันไปค่ะ เพราะกวางที่นี่จะค่อนข้างคุ้นเคยกันคนมากๆ ะบางตัวเชื่องและแสนรู้มากเว่อร์ ขนาดมีการโค้งประหนึ่งทำการคำนับเพื่อของอาหารจากเราเพียงด้วย แค่จะมีเฉพาะบางช่วงที่อาจดูหงุดหงิดดุไปยู่บ้างก็ในตอนที่ให้อาหารนี่แหล่ะค่ะ ที่มีขนาดบางตัวอาจจะเข้ามาดึงเสื้อผ้าหรือกระเป๋าได้ แนะนำเลยว่าให้แต่งตัวรัดกุมทะมัดทะแมงและมีความระมัดระวังระหว่างการให้อาหารจะดีสุด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าอาหารที่กวางโปรดปรานนี่จะไม่ใช่พืชผักอย่างที่หลายๆคนคุ้นเลยกัน แต่กวางที่สวนแห่งนี้นั้นเลิฟๆ”ขนมเซนเบ้”ที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันว่าเป็นขนมท้องถิ่นที่คนญี่ปุ่นนิยมกินแกล้มไปกับชาร้อนกันนี่เอง เห็นได้เลยว่าโดยรอบๆจะเห็นร้านที่ขายขนมชนิดนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ฟินทั้งน่าเอ็นดูแบบมากมาย นอกจากน้องกวางที่เป็นจุดขายของที่นี่แล้วนั้นบริเวณสวนนี้เป็นแหล่งรวมที่เที่ยวหลายที่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น วัดโทไดจิ (Todaiji)), ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga Taisha), โคฟุคุจิ(Kofukujiและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา(Nara National Museum) บอกเลยว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมะสำหรับทุกเพศทุกวัย แถมยังสามารถเที่ยวอะไรได้อีกหลายอย่างอีกต่างหากคุ้มกว่านี้มีอีกไหมหนอ

สวนลิงจิโกคุดานิ (Jigokudani Yaen Park)

สวนลิงจิโกคุดานิ (Jigokudani Yaen Park)

สวนลิงจิโกคุดานิ(Jigokudani Monkey Park) ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาจิโกคุดานิ(Jigokudani valley) ในจังหวัดยามาโนอูจิ(Yamanouchi) เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มากสุดปังที่ดังมากๆของที่นี่ก็ว่าได้นะคะ แบบว่าพูดถึงลิแช่ออนเซนปุ๊บภาพของที่นี่มันลอยขึ้นมาให้เห็นทันใด ถ้าอยากไปแช่ออนเซนฟินๆก็เดินทางมาต่อที่นี่สบายๆเลยล่ะค่ะ เพราะสวนแห่งนี้นั้นไม่ไกลจาก Shibu Onsen และ Yudanaka Onsen เท่าไรนัก  โดยเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ลิงป่าลงมาอาบน้ำ และเป็นที่อยู่อาศัยของลิงหิมะชนิดนี้มาอย่างยาวนาน

สวนสาธารณะแห่งนี้ด้านในเค้าจะมีสระว่ายน้ำที่สร้างขึ้นมาสำหรับเจ้าลิงทั้งหลายโดยเฉพาะ แบบว่าเดินเข้ามาแค่ 5 นาทีก็จะเห็นเจ้าลิงตัวน้อย ตัวใหญ่มาให้เห็นกันตลอดเส้นทางที่ไปยังสระน้ำเป็นออร์เดิรฟ์ ก่อนจะไปเจอของจริงอย่างเจ้าลิงนอนแช่น้ำแบบสบายใจโดยพวกมันจะจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ มีความคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามห้ามเข้าไปจับหรือให้อาหารโดยเด็ดขาด แล้วถ้าเกิดอยากจะได้ข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมก็ทำได้ง่ายๆค่ะ เพราะบริเวณลานจอดรถเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลเล็กๆ ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่นมากกว่าภาษาอังกฤษนะคะ แต่ก็ยังมีส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษอธิบายเล็กน้อย และสามารถดูผ่านกล้องที่ตั้งอยู่ข้างๆสระน้ำเพื่อสังเกตพฤติกรรมของลิงได้ด้วย

โตเกียวดิสนี่ย์แลนด์ และดิสนี่ย์ซี (Tokyo Disneyland & Tokyo Disneysea)

โตเกียวดิสนี่ย์แลนด์ และดิสนี่ย์ซี (Tokyo Disneyland & Tokyo Disneysea)

สวนสนุกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในโตเกียว อันเป็นสถานที่ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่หลายคนใฝ่ฝัน รวมถึงคนที่ชื่นชอบดิสนี่ย์ เพราะภายในโตเกียวดิสนี่ย์แลนด์ และดิสนี่ย์ซีจะเป็นสวนสนุกภายในธีมดิสนีย์ ที่จะมีทั้งปราสาท เครื่องเล่นมากมาย รวมไปถึงจุดถ่ายรูปน่ารักๆ เต็มไปหมด นอกจากนั้นภายในสวนสนุกแห่งนี้ ยังเป็นที่นิยมสำหรับการซื้อของฝาก ของที่ระลึก รวมไปถึงยังมีขบวนพาเหรด ที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจไปกับดิสนี่ย์แลนด์ รับรองเลยว่าเป็นที่ เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยววันเดียวก็ไม่พอ!

วัน และเวลาเปิดปิด: 08.00 – 22.00 น.

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของโตเกียวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ต้องขอเกริ่นก่อนว่า “โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)” นั้นเป็นหอโทรทัศน์ และจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว เพราะมีที่เที่ยวญี่ปุ่นแห่งนี้นั้นมีความสูงมากกว่า 600 เมตรด้วยกัน

มีแบ่งเป็นทั้งสองชั้นคือ 350 เมตร และ 450 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรเข้าชม และขึ้นไปชมวิวได้ โดยที่คุณจะสามารถมองเห็นวิวเมืองญี่ปุ่นสวยๆ ได้แบบ 360 องศากันเลยทีเดียว แนะนำถ้าไม่อยากไปต่อคิวรอ ก็ให้ซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าไปก่อน

5จุดถ่ายรูปสวย กับ ภูเขาไฟฟูจิ เที่ยวญี่ปุ่น

5จุดถ่ายรูปสวย กับ ภูเขาไฟฟูจิ เที่ยวญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึง ญี่ปุ่น สิ่งที่นึกถึงลำดับแรกและมีชื่อเสียง ก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ นั่นเอง วันนี้เรามาดูสถานที่ รอบภูเขา ถ่ายรูปสวยๆแถมเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจน จะมีที่ใดบ้างมาดูกันเลย

1.หมู่บ้านน้ำใส

โอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) หรือหมู่บ้านน้ำใส เป็นอีกจุดชมวิวสวยๆ ที่เราจะมองเห็นฟูเขาไฟฟูจิได้จากที่นี่ค่ะ ที่ตั้งของหมู่บ้านนี้อยู่ในเขตจังหวัดยามานาชิ ระหว่างทะเลสาบคาวากุจิโกะ และทะเลสาบยามานาคาโกะนั่นเอง ภายในบริเวณมีบ่อน้ำที่ใสสะอาดเหมือนกับคริสตัลอยู่ด้วยกันถึง 8 บ่อด้วยกันค่ะ เป็นอีกหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเช็คอิน

2.ไร่ชา

ที่จังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) นี้เป็นที่ตั้งของภูเขาฟูจิ และเป็นแหล่งปลูกชาเขียวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียวค่ะ ทำให้เราจะได้เห็นความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิพร้อมกับไร่ชาเขียว ถ่ายรูปออกมายิ่งสวยอลังการมากๆ แล้วที่สำคัญก็คือ ที่นี่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว มาเที่ยวได้ง่ายๆ เลยด้วยรถไฟชินคันเซ็นจ้า

3.ทะเลสาบคาวากูจิโกะ

ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko) ตั้งอยู่รอบๆ ภูเขาไฟฟูจิค่ะ และเป็นทะเลสาบที่เดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นอีกจุดยอดฮิตในการมาถ่ายรูปสวยๆ กับฟูจิซังกลับไป ความโดดเด่นของที่นี่ก็คือ มีธรรมชาติรายล้อม และในแต่ละฤดูก็สวยงามไปคนละแบบ อีกทั้งบริเวณนี้ยังมีเรียวกังดีๆ ให้เราได้แช่ออนเซ็นมองวิวฟูจิได้ค่ะ

4.ทุ่งสีชมพู ชิบะซากุระ

ช่วงฤดูใบไม้ผลิ กลางเดือนเมษายนของทุกปี จะมีเทศกาลชมชิบะซากุระ (Shibazakura Festival) ที่จังหวัดยามานาชิ ซึ่งไม่ไกลจากโตเกียวมากเท่าไหร่ค่ะ แน่นอนว่า เราจะได้ชมดอกไม้สีชมพูสวยของทุ่งดอกชิบะซากุระที่เบ่งบานพร้อมๆ กัน และเบื้องหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิสวยๆ นั่นเอง

5.ทะเลสาบอาชิ

 ฮาโกเน่ (Hakone) ตั้งอยู่ในจังหวัดคานางาวะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นมากๆ ค่ะ รวมถึงที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) ที่ขึ้นชื่อในการล่องเรือเที่ยวอีกด้วยค่ะ ก่อนขึ้นเรือ ที่ท่าเรือ Moto-Hakone Port (ท่าเรือโมโตะฮาโกเนะ) เราสามารถถ่ายรูปวิวสวยๆ ตรงนี้ ซึ่งจะเห็นทั้งเรือสำราญ ทะเลสาบ และภูเขาไฟฟูจินั่นเอง เป็นภาพที่สวยงามสุดๆ