Category Archiveสถานที่ท่องเที่ยว

โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ Shiroi Koibito Park

โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ Shiroi Koibito Park

โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ(Shiroi Koibito Park)ตั้งอยู่ที่เมืองซัปโปโร(Sapporo) เชื่อเลยว่าแค่รู้ว่าเป็นโรงงานช็อปโกแลตสาวๆสายหวานก็น่าจะกรี๊ดกร๊าดกันแล้วใช่มั้ยคะ

จะฟินขึ้นไปอีกระดับก็ตรงโรงงานแห่งนี้ยัง เป็นโรงงานของบริษัท Ishiya บริษัทช็อกโกแลตของท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของบริษัท คือ คุ้กกี้ Shiroi Koibio คุ้กกี้เนยสอดไส้ช็อกโกแลตขาวที่กินไปทีแทบละลายกับความอร่อย ซึ่งถือเป็นของฝากที่นิยมของฮอกไกโดเชียวล่ะค่ะ ยิ่งช่วงฤดูหนาวจะยิ่งสวยมากกว่าปกติหลายเท่า เพราะในช่วงหน้าหนาวนั้นที่โรงงานแห่งนี้จะมีการเปิดไฟ Illumination ด้วยตึกเป็นอาคารสไตล์ยุโรปจึงทำให้บรรยากาศนั้นเหมือนหลุดไปเดินอยู่ในเมืองโรแมนติคของยุโรปเลยก็ว่าได้

โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะไม่ใช่แค่โรงงานแบบที่คนหลายๆคนคิดนะคะ เพราะด้านในนี่มีที่ให้เดินอย่างเพียบ เพราะภายในบริเวณสวนสนุกประกอบด้วย ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์โรงงานช็อกโกแลตพร้อมจำหน่ายช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญแค่ช็อปเฉยๆนี่ไม่ใช่แน่ๆเนื่องจากผู้เข้าชมสามารถสังเกตกระบวนการผลิตคุ้กกี้ได้ในระยะใกล้ๆ แถมยังมีกิจกรรมสนุกๆให้เราได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปทำคุ้กกี้ด้วยตนเองอีกด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังมีสนาม Shiroi Koibito Park สนามฟุตบอลที่เคยเป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลท้องถิ่น J-League อีกด้วย

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ Ine ที่ เกียวโต สัมผัสความคลาสสิค แห่งวิถีชีวิตริมน้ำของชาวญี่ปุ่น

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ (Ine)

หมู่บ้านชาวประมง อิเนะ (Ine) เมืองแห่งท้องทะเล สัมผัสความคลาสสิค แห่งวิถีชีวิตริมน้ำของชาวญี่ปุ่น

อิเนะ หมู่บ้านชาวประมงอนุรักษ์ที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่นค่ะ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองสักหน่อย แต่สิ่งที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวที่นี่ก็คือ ความสวยงามของภูมิประเทศ บ้านเรือนที่คลาสสิค

เมืองอิเนะ (Ine-cho) เป็นเมืองเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกียวโต มีประชากร 2,500 คน เลียบแนวเส้นโค้งที่ทอดยาวของอ่าวอิเนะ (Ine Bay) ซึ่งเรียงรายไปด้วยบ้านลักษณะแปลกตาที่เรียกว่า “ฟุนายะ” (Funaya) โดยชั้นล่างเป็นท่าจอดเรือ ส่วนชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย เป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถออกเรือจากบ้านไปหาปลาได้สะดวกรวดเร็ว เพราะเมืองนี้มีอุตสาหกรรมการประมงที่เฟื่องฟู ที่เมืองอิเนะแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะพักแรมในฟุนายะนี้ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดๆ ที่จับได้ในอ่าวอิเนะ โดยเดินทางจากเกียวโตโดยรถไฟและบัสเป็นเวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเดินทางจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “อามาโนะฮาชิดาเตะ” (Amanohashidate) โดยรถบัสประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

อิเนะโนะฟุนายะ (inenofunaya) นั้นมาจากการเรียกที่ตั้งจาก อ่าวอิเนะ (Ine Bay) โดยมีบ้านเรือนสไตล์ฟุนายะ (Funaya) 230 หลังทอดยาวเป็นแนวเส้นโค้งสวยงามริมอ่าวเป็นระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร ทำให้มีชื่อเรียกย่านเถวนี้ว่า อิเนะโนะฟุนายะ (Inenofunaya) เนื่องจากอยู่ติดกับริมน้ำมาก จึงได้มีการสร้างบ้านแบบชาวประมง โดยที่ลงเรือออกทะเลจากชั้นหนึ่งของตัวบ้านได้ทันที ส่วนชั้นสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย

เอกลักษณ์โดดเด่นของที่นี่ก็คือ Boathouse หรือ The funaya of Ine ซึ่งเป็นบ้านที่จะมีอู่เทียบเรืออยู่ในบ้านแต่ละหลังของตัวเองเลย ซึ่งตั้งเรียงรายกันอยู่ริมน้ำรอบอ่าวถึง 230 หลังคาเรือน แน่นอนว่าอาชีพส่วนใหญ่ของคนในหมู่บ้านก็คือการทำประมง

หมู่บ้านอิเนะ ค่อนข้างสงบเงียบ และเหมาะกับการมาพักผ่อนเบาๆ เดินเที่ยวชิลล์ สโลว์ไลฟ์กันสักวัน เพราะมีอากาศที่ดี วิวที่สวย ใช้ธรรมชาติบำบัดกลมเกลาให้เราหายจากความเหนื่อยในเมืองใหญ่ได้เลยทีเดียว

      อีกทั้งเราสามารถเที่ยวทั่วเมืองเล็กๆ นี้ได้ด้วยจักรยานค่ะ จะมีป้อมที่จอดจักรยานไว้ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะมีไม่กี่คัน และไม่มีค่าเช่า เราสามารถนำจักรยานไปปั่นเล่นได้เลย แต่ต้องนำมาเก็บไว้ที่เดิมทุกครั้งด้วยค่ะ

การเดินทาง

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ (Ine-Cho) นั้นเดินทางไม่มีรถไฟมาถึง ต้องนั่งรถบัสมาเท่านั้น สามารถมาเที่ยวที่นี่ได้โดยการขึ้นรถไฟจากเกียวโตมาลงที่ สถานีอามาโนะฮาชิดาเตะ (Amenohashidate) แล้วนั่งรถบัสด่วนสายท้องถิ่นมาลงที่หมู่บ้านอิเนะ

ล่องเรือทะเลสาบ Ashi

ล่องเรือทะเลสาบ Ashi

ทะเลสาบอะชิ เป็นทะเลสาบที่เกิดจากซากประหลังหักพังซึ่งกันแม่น้ำHakene หลังจากภูเขาไฟในHakoneระเบิดเมือ3,000ปีก่อน ทุกวันนี้แหล่งกำเนิดของน้ำในทะเลสาบมาจากน้ำพุใต้ทะเลสาบ โดยเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ20กิโลเมตร รอบๆทะเลสาบมีสถานที่ท่องเที่ยวและรีสอร์ท/โรงแรมตั้งอยู่ ซึ่งรู้กันว่าเป็นสถานที่ชมวิวของภูเขาไฟฟูจิ


ทะเลสาบแห่งนี้เป็นจุดที่ลึกที่สุดของบริเวณHakone มันจึงเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวHakone ถ้าคุณต้องการสนุกสนานกับทัศนียภาพจากทะเลสาบ มันเป็นความคิดที่ดีในการล่องเรือที่มีให้บริการจากท่าเรือ4แห่งของทะเลสาบ ในฤดูใบไม้ร่วงทิวทัศน์ของทะเลสาบน่าตื่นตาตื่นใจมากด้วยต้นไม้มีเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงและเหลือง นอกจากนี้บริเวณข้างทะเลสาบยังที่สถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกมากมาย ทำให้ทะเลสาบอะชิเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีคุณค่าต่อการเดินทางมาHakone


เรือที่ให้บริการคือ Hakone Sightseeing Cruise ตกแต่งแปลกตาแนวแฟนตาซีคล้ายเรือโจรสลัดในนิทาน จึงกลายเป็นชื่อเรียกเล่นๆ ว่าเรือโจรสลัด ซึ่งที่ให้บริการล่องพานักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพในทะเลสาบอะชิ (Ashi Lake) วิวภูเขาฟูจิจากบนเรือ และมองเห็นบ้านคนที่อยู่บนฝั่งชั้นบนของเรือเปิดเป็นลานโล่ง วันอากาศดีที่ไม่หนาวเกินไป ออกไปยืนรับลมและชมวิวที่นี่โรแมนติกและสวยมาก ระหว่างทางที่เรือแล่นจะผ่านศาลเจ้าฮาโกเน่ ที่มีประตูโทริอิสีส้มแดงอยู่กลางน้ำ


เส้นทางการเดินเรือจะวิ่งวนเป็นวงกลมคือ Togendai – Motohakone-ko – Hakonemachi โดยเรือจะวิ่งวนเป็นรอบ ใช้เวลาประมาณรอบละ 70 นาที เรือเที่ยวสุดท้ายออกจากท่าเรือ Togendai เวลา 16.00 น. โดยเมื่อเดินทางถึงอีกท่าเรือหนึ่งและส่งคนบนเรือขึ้นฝั่งเสร็จเรือจะไม่จอดรอครับ จะออกไปอีกท่าหนึ่งเลย (บริหารเวลาให้ดีนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเที่ยวสุดท้ายกันได้



สถานที่ท่องเที่ยว

มีสถานที่ๆน่าสนใจจำนวนมากรอบๆบริเวณทะเลสาบอะชิ สามารถเที่ยวทุกสถานที่ได้ภายในหนึ่งวันหรือน้อยกว่านั้น แนะนำที่นี่ถ้าคุณมีเวลาสำหรับการท่องเที่ยวที่นี่ สถานที่ท่องเที่ยวหลักมีดังนี้

*บริเวณHakonemachi: Hakone Sekisho, สวนOnshi-Hakone-Koen, พิพิธภัณฑ์Hakone Ekiden

*บริเวณMoto-Hakone: ศาลเจ้าHakone-jinja, พิพิธภัณฑ์ศิลปะNarukawa, โรงแรมHôtel de Yama “Salon de Thé Rosage”

*บริเวณHakone-en/Togendai: กระเช้าHakone-Komagatake, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำOwakudani, Hakone-en, ศาลเจ้าKuzuryu-jinja

*บริเวณAsino-yu/Oshiba: รูปปั้นพระพุทธรูปหินMoto-Hakone, น้ำตกHiryu-no-taki, บ้านชาAmazake-chaya


การเดินทาง

มันเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวในHakone ทะเลสาบอะชิเป็นจุดหมายสุดท้ายของการท่องเที่ยว ถ้าคุณนั่งรถโดยสารจากสถานี Hakone Yumotoเข้าสู่Hakane จะใช้เวลาประมาณ50-60นาทีถึงทะเลสาบ และจากสถานี Odawaraจะใช้เวลา80นาทีโดยรถโดยสาร แนะนำให้เดินทางกับรถโดยสารทางด่วนจากทางออกทางทิศตะวันตกของสถานีชินจุกถึงทะเลสาบ(150นาที)และเริ่มการเดินทางของคุณในHakoneจากทะเลสาบ

ท่องเที่ยวญี่ปุ่น วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple)

วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple)

วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple)

เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งบนเกาะชิโกะคุ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 724 ตามคำสั่งของจักร
พรรดิโชมุและทำพิธีเปิดโดยหลวงพ่อเกียวคิ ท่านโคโบะ ไดชิ (คุไค) ได้เรียนรู้และฝึก
ปฏิบัติที่นี่ และวัดแห่งนี้รุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคเอโดะ ภายใต้การปกครองของแคว้นโทสะ
เป็น 1 ใน 88 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนเส้นทางแสวงบุญชิโกะคุ วิหารหลักสร้างด้วยไม้เก่าแก่

วัดจิคุริน-จิได้รับยกย่องให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ วิหารหลักที่สร้างโดยผู้
ปกครองในสมัยคริสตศตวรรษที่ 17

เป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเทพเจ้ามอนจู โบซัตสึและผู้รับใช้ซึ่งเชื่อกันว่าท่านเกียวคิเป็นผู้
สร้าง ในวิหารไดชิ-โด ท่านโคโบะ ไดชิได้รับการเคารพสักการะเยี่ยงเทพเจ้า

ที่วัดนี้เคยมีเจดีย์ 3 ชั้นแต่ถูกทำลายในคริสตศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันนี้จึงมีเพียงเจดีย์ 5 ชั้น

ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าบริเวณวัดประกอบด้วยห้องโถงเรียงลำดับกัน และเจดีย์ห้าชั้นอันงดงาม

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)” ในจังหวัดโคชิ (Kochi)

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)ในจังหวัดโคชิ (Kochi) เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชิโกะคุ (Shikoku) มีความยาวทั้งสิ้นเกือบ 190 กิโลเมตร และเนื่องจากสายน้ำแห่งนี้ใสสะอาดราวกับกระจก จึงอุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งมีชีวิตต่างๆมากมาย และงดงามด้วยทัศนียภาพสวยงามของท้องทุ่งชนบท โดยในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม บริเวณรอบๆ แม่น้ำแห่งนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน เช่น พายเรือแคนู ล่องแก่ง ปั่นจักรยาน หรือ ล่องเรือชมแม่น้ำได้อีกด้วย

แม่น้ำที่มีความยาวกว่า 190 กิโลเมตร เรียกว่ายาวมากที่สุดในภูมิภาคชิโกกุเลยนะ แต่ชื่อเสียงของมันไม่ได้มีแค่ความยาวเท่านั้น

เพราะแม่น้ำชิมันโตะยังได้รับการขนานนามว่าใสและสะอาดมากๆ เป็นแหล่งน้ำจากธรรมชาติท่ามกลางทัศนีย์ภาพที่โอบล้อมด้วยภูเขาและอากาศบริสุทธิ์

แหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณรอบๆ นั้น ผู้คนต่างรักษาความสะอาด เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติและแม่น้ำ ทำให้แหล่งน้ำที่นี่ยังใสสะอาดอยู่

ไม่ใช่แค่เดินชมได้แค่อย่างเดียว แต่ที่แม่น้ำชิมันโตะมีกิจกรรมที่สามารถทำได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนนู ล่องแก่ง ปั่นจักรยานชมวิวโดยรอบ เพราะที่นี่มีสะพานชินกะ (Chinka bridge) หรือสะพานที่ไม่มีราวกั้น พาดระหว่างสองฝั่งแม่น้ำให้คุณสามารถเดินข้ามไปมาหรือปั่นจักรยาน ชมความใสสะอาดและธรรมชาติรอบๆ แม่น้ำได้

5 เมืองแดนปลาดิบ ที่น่าเที่ยวที่สุด The Best Of Japan

5 เมืองแดนปลาดิบ ที่น่าเที่ยวที่สุด The Best Of Japan

วันนี้จะพาไปทำความรู้จักสถานที่ ที่นักเดินทางชาวไทยนิยมไป ว่าแล้วคงหนีไม่พ้น ญี่ปุ่น ประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยวญี่ปุ่น สามารถทำได้ทั้งปี จะไปชมดอกไม้หรือไปร่วมงานเทศกาลท้องถิ่นหรือจะเป็นเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อของของญี่ปุ่น ที่ทุกๆคนเรียกกันแดนปลาดิบต้องยกให้ญี่ปุ่นเป็นที่หนึ่ง แน่นอนคะ

5 เมืองน่าเที่ยวสำหรับทัวร์ญี่ปุ่น

โตเกียว

เมืองยอดฮิตที่ติดท็อปรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นเสมอมา ได้ฉายาว่า “อีสต์ มีท เวสต์” (East meets West) หมายถึง การมาบรรจบกันของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก เพราะนอกจากคุณจะได้ชมบ้านเมืองที่ยังคงด้วยวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นแล้ว คุณก็ยังจะได้สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดของโลก และแฟชั่นแบบตะวันตกในสไตล์ญี่ปุ่น ฮาราจุกุในโตเกียวก็เปรียบได้กับถนนเมดิสัน แห่งมหานครนิวยอร์ค นั่นเอง จัดเป็นสุดยอดสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นด้านช้อปปิ้งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเอเชียรวมทั้งไทยเราเป็นจำนวนล้นหลามทีเดียว
โตเกียวสามารถ เที่ยวได้ตลอดปี ฤดูชมซากุระเมืองนี้จะอยู่ราวกลางเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน และช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ราวเดือนพฤศจิกายน

เกียวโต


สำหรับคนที่ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ทั้งวัดโบราณที่ทำให้คุณเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบพันปีก่อนในย่างก้าวแรกที่เดินเข้าไป และเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจเลยหากคุณจะเดินสวนกับเกอิชาในชุดกิโมโนบนถนนใจกลางเมือง และการเข้าร่วมพิธีชงชาญี่ปุ่นแบบโบราณ ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าพลาดสำหรับการไปเยือนเกียวโต
ช่วงเวลาที่น่าไปเที่ยวเมืองเกียวโตมากที่สุด คือ ฤดูใบไม้ผลิราวเดือนมีนาคมและฤดูใบไม้ร่วงราวเดือนตุลาคม ทั้งนี้ในช่วงเดือนเมษายนก็จะเป็นช่วงเทศกาลใหญ่ประจำปี เทศกาลมิยาโกะ

โอซาก้า


เมืองที่ใหญ่อันดับสองของประเทศ นอกจากจะเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศแล้ว ยังขึ้นชื่อด้านอาหารในราคาย่อมเยา เพราะไม่ว่าจะมุมไหนของเมือง คุณก็สามารถหาร้านอาหารรสชาติเป็นเลิศ แต่ราคาสบายกระเป๋าได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ปราสาทโอซาก้า, ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอแห่งญี่ปุ่น และสวนลอยน้ำโอซาก้านั้นเที่ยวได้ตลอดปี ฤดูชมซากุระเมืองนี้จะอยู่ราวกลางเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน

ฟุกุโอกะ

ใครรักอาหารทะเลคงต้องชอบฟุกุโอกะ นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของบะหมี่ราเม็งอันลือชื่อของญี่ปุ่น ฉะนั้นรับรองว่าหากไปเยือนฟุกุโอกะ คุณจะไม่มีทางพลาดการชิมราเม็ง เพราะร้านบะหมี่ข้างทางถือเป็นร้านอาหารยอดนิยม ไม่ต่างจากรถขายไส้กรอกในอเมริกา หรือแผงขายส้มตำบ้านเรา นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีคุณภาพการใช้ชีวิตสูง ถึงกับได้ฉายาว่าเป็นเมืองที่รีเล็กซ์ หรือเครียดน้อยที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว
ฤดูกาลท่องเที่ยวของฟุกุโอกะ จะอยู่ราวเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลโกลเด้นวีคและในช่วงเดือนกันยายน-เดือนตุลาคมก็เป็นช่วงที่อากาศกำลังสบายน่าไปเที่ยวอีกช่วงหนึ่ง

นารา

เมืองแห่งกวางหรือเมืองนารา ทุกหนแห่งที่คุณเดินทางคุณจะพบเห็นกลุ่มกวางอันเป็นมิตรกับผู้คน นอกจากนี้นารายังถือเป็นแหล่งกำเนิดของขนบธรรมเนียมสำคัญๆ ของชาวญี่ปุ่น เมืองนารานี้มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น พระพุทธรูปไดบุทสึ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดของโลก วัดโฮริวจิ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของโลกและได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับวัดโทไดจิวัดเก่าแก่ที่สุดของเมือง
เมืองนาราสามารถเที่ยวได้ตลอดปี ฤดูชมซากุระเมืองนี้จะอยู่ราวกลางเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ราวเดือนตุลาคม-ต้นเดือนธันวาคม

จังหวัดชิกะ Shiga

จังหวัดชิกะ Shiga

จังหวัดเล็กๆ บรรยากาศชิลล์ๆ จังหวัด ชิกะ (Shiga) หนึ่งใน จังหวัดของภูมิภาคคันไซ ที่ถึงแม้ไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่า จังหวัดนี้อยู่ห่างจากเกียวโตแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่นั่งรถไฟ JR Tokaido-Sanyo Line จากสถานีเกียวโต เพียง 9 นาที ก็ถึงสถานี Otsu เมืองหลักของชิกะแล้ว

จังหวัดชิกะ (ญี่ปุ่น: 滋賀県 โรมาจิ: Shiga-ken) เป็นจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณภาคคันไซ มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองโอตสึ มีขนาดพื้นที่ทั้งสิ้น 4,017.36 ตารางกิโลเมตร ในสมัยก่อน ชิงะ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ มณฑลโอมิ (ญี่ปุ่น: 近江国 โรมาจิ: Ōmi no kuni) หรือโกชู (ญี่ปุ่น: 江州 โรมาจิ: Gōshū) ก่อนที่จะมีการใช้ระบบการบริหารราชการแบบแบ่งจังหวัดขึ้น มณฑลโอมิเป็นเพื่อนบ้านกับนาระ และเกียวโต เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างญี่ปุ่นตะวันตกและตะวันออก ในช่วง ค.ศ. 667 ถึง ค.ศ. 672 นั้น จักรพรรดิเท็นจิทรงสร้างพระราชวังที่โอตสึ จากนั้น ในปี ค.ศ.742 จักรพรรดิโชมุทรงสร้างพระราชวังที่ชิงารากิ ในช่วงต้นของยุคเฮอัง พระภิกษุไชโชเติบโตขึ้นที่โอตสึและได้สร้างวัดเอ็นเรียกุซึ่งเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายมหายานแบบเท็นได และได้ปัจจุบันได้เป็นหนึ่งในมรดกโลกพร้อมกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งในเกียวโต

พื้นที่ 1 ใน 6 ของจังหวัดชิกะ มีทะเลสาบ Biwa ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และรอบ ๆ ทะเลสาปนั้นคือภูเขาลูกใหญ่หลายลูกที่มีต้นไม้เขียวขจีปกคลุมอยู่ ยิ่งถ้าช่วงใบไม่เปลี่ยนสี ภูเขาทุกลูกก็จะมีสีแดงสลับเหลืองของใบเมเปิ้ล เป็นภาพที่สวยงามเกินจะบรรยาย เรียกได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากๆเลยล่ะ

นอกจากการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง พร้อมทั้งทำกิจกรรมสนุก ๆ ในจังหวัดชิกะแห่งนี้ได้ด้วย ! ไปดูกันเลย

วัดมรดกโลก Enryakuji Temple

วัดเอนรยาคุจิ (Enryakuji Temple) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Hiezan บริเวณระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตและจังหวัดชิกะ ก่อตั้งโดยพระรูปหนึ่งซึ่งมีนามว่า Dengyodaishi Saicho เป็นสถานที่ซึ่งมีเหล่าพระสงฆ์ระดับปรมจารย์มากมาย และยังเป็นที่ให้กำเนิดนิกายต่าง ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความขลัง และน่าศรัทธามาก ๆ

ภายในวัดมีอาณาเขตกว้างขวาง เมื่อมองลงไปจากบริเวณวัดจะสามารถมองเห็นตัวเมืองเกียวโตและทะเลสาบบิวะได้อีกด้วย หากจะเดินชมให้ทั่วทั้งบริเวณของวัด อาจต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงเลยล่ะ

จุดท่องเที่ยวภายในวัดจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ด้านทิศตะวันออก (Toudou) ด้านทิศตะวันตก (Saidou) และด้าน Yokawa ซึ่งประกอบไปด้วยโบสถ์วิหารจำนวน 16 แห่ง และโบสถ์วิหารจำนวนมากยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ MIHO MUSEUM

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่าเนินเขาทางทิศตะวันตกของเมืองโคคะ (Koka) ถูกก่อตั้งและออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียง Koyama Mihoko ใครที่ชอบเสพงานศิลป์ และสถาปัตยกรรม ขอบอกว่าห้ามพลาด

เพราะโครงสร้างและการออกแบบของอาคารที่สุดโดดเด่นท่ามกลางป่าเขียวขจี นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ! เพราะมีอุโมงค์ขนาดใหญ่และยาวที่ตัดลอดภูเขา มองเห็นแสงสว่างที่ลอดผ่านวิวทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้า รวมถึงดอกซากุระสีชมพูสดใสที่รอต้อนรับคุณอยู่ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยล่ะ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมของสะสมโบราณทางศิลปะรวมไปถึงของชาวอียิปต์ โรมัน และวัฒนธรรมเอเชียอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของสะสมส่วนตัวของคุณ Koyama อีกด้วย และจะมีการจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี

ภูมิภาคคันโต(Kanto)

ภูมิภาคคันโต(Kanto)เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงมหานครโตเกียว(Tokyo)เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่และมีระบบการคมนาคมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่โตเกียวเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีแหล่งช้อปปิ้งและกินดื่มมากมาย รวมถึงสถานที่ทางศิลปะวัฒนธรรมอย่างเช่น ปราสาท พระราชวัง ศาลเจ้าและวัดดังๆรวมกันอยู่ที่เมืองนี้มากมาย

ภูมิภาคคันโตมีพื้นที่เป็นที่ราบประมาณ 45% ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นเทือกเขา ชายหาดและแม่น้ำทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายนอกเหนือจากเมืองหลวง

ตัวอย่างการท่องเที่ยวง่ายๆ แบบเช้าไปเย็นกลับจากเมืองโตเกียวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ เช่น โยโกฮาม่า(Yokohama)ที่เป็นเมืองท่าในสมัยเปิดประเทศช่วงปลายสมัยเอโดะ, ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นมรดกโลกที่นิกโก้(Nikko)เมืองหลวงเก่าติดทะเลคามาคุระ(Kamakura)ซึ่งเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทางกลางเมืองและวัฒนธรรมยุคกลางของญี่ปุ่น และเมืองแห่งนํ้าพุร้อนฮาโกเน่(Hakone)ที่มีชื่อเสียงด้านทะเลสาบและวิวภูเขาไฟฟูจิ

พื้นที่ต่างๆใน คันโต(Kanto) – โตเกียว(Tokyo), คานากาว่า(Kanagawa), โทจิงิ(Tochigi), กุนมะ(Gunma), ไซตามะ(Saitama), ชิบะ(Chiba), อิบารากิ(Ibaraki), เกาะอิซุโอชิมะ(Izu Oshima Island), หมู่เกาะโองาซาวาระ(Ogasawara Islands)

ภูมิภาคชุบุ(Chubu)

ภูมิภาคชุบุ(Chubu)มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่มากมายอยู่ติดกับภูมิภาคคันโต(Kanto)และภูมิภาคคันไซ(Kansai)มีเทือกเขาสูงชันทำให้เกิดสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมากในภูมิภาคนี้ เช่นส่วนที่ติดกับทะเลจะอบอุ่นแต่ในเทือกเขากลับมีหิมะหนาสูง 5 เมตร ประกอบไปด้วย 9 จังหวัดย่อย มีเมืองนาโงยะ(Nagoya)เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค

ภูมิภาคชุบุมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ธรรมชาติ ภูเขา ทะเล ไปจนถึงวัฒนธรรมและเทคโนโลยี สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ เช่น เทือกเขาแอลป์แห่งญี่ปุ่น ที่มีกำแพงหิมะหรือสโนว์วอลหนาสูงถึง 5 เมตร, ปราสาทมัตสึโมโต้ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม, หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ, สกีรีสอร์ท, ชายหาด และเมืองออนเซนอีกมากมาย ทำให้ชุบุสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปีเลย

พื้นที่ต่างๆใน ชุบุ(Chubu) – นากาโน่(Nagano), ชิซูโอกะ(Shizuoka), อิชิคาว่า(Ishikawa), ไอจิ(Aichi), กิฟุ(Gifu), โทยาม่า(Toyama), นิอิกะตะ(Niigata), ยามานาชิ(Yamanashi), ฟูคุอิ(Fukui)

ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

ภูมิภาคคันไซ(Kansai)เป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมานานนับพันปีเพราะเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของญี่ปุ่นในอดีตถึง 2 เมืองคือ นะระ(Nara) และ เกียวโต(Kyoto) และในปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของเมืองโอซาก้า(Osaka)ที่เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ญี่ปุ่นด้วย

ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดทั้งหมด 6 จังหวัดมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและมากมายไม่แพ้ภูมิภาคอื่นๆเลยตั้งแต่ ปราสาทฮิเมจิที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น, ทะเลสาบบิวะโกะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น, แหล่งรวมวัดและศาลเจ้าโบราณและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกที่เมืองเกียวโต รวมถึงสวนสนุกยูนิเวอร์ซัลสตูดิโอ สวนสนุกระดับโลกจากฮอลลีวู้ดที่เมืองโอซาก้า

ของขึ้นชื่อใน คันไซ(Kansai) – ชาอูจิ Uji Tea
พื้นที่ต่างๆใน คันไซ(Kansai) – เกียวโต(Kyoto), โอซาก้า(Osaka), นารา(Nara), เฮียวโงะ(Hyogo), วาคายาม่า(Wakayama), ชิงะ(Shiga), มิเอะ(Mie)