Author Archive

อิโต ฮิโระบุมิ นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศญี่ปุ่น

อิโต ฮิโระบุมิ นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศญี่ปุ่น

ฮิโระบุมิ อิโต (ญี่ปุ่น: 伊藤 博文 Itō Hirobumi ) (16 ตุลาคม 2384 – 26 ตุลาคม 2452) เป็นนักการเมืองชาวญี่ปุ่น
นอกจากจะมีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของญี่ปุ่นแล้ว ยังเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น 4 สมัย, ประธานองคมนตรีคนแรก, ประธานวุฒิสภา, ผู้ตรวจราชการโชซอน (韓国統監府統監) และผู้ว่าราชการจังหวัดเฮียวโงะ (จากการแต่งตั้ง) เป็นผู้ก่อตั้งพรรคริกเค็นเซยูไค (立憲政友会) ซึ่งเป็นรากฐานของพรรคเสรีประชาธิปไตยที่เป็นพรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่นในปัจจุบัน และยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเยล ในสหรัฐอเมริกา

ชีวิตเยาว์วัย-และเข้าเป็นทหาร


อิโต ฮิโระบุมิ มีชื่อเดิมว่า โทะชิสึเกะ เป็นบุตรคนโตของครอบครัวชาวนาในเมืองฮางิ แคว้นโจชู (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดยะมะงุจิ) บิดาชื่อว่า จูโซ มารดาชื่อว่าโคะโตะโกะ เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนมาก จึงต้องส่งโทะชิสึเกะไปเป็นบุตรบุญธรรมของซามูไรระดับล่างในท้องถิ่น ชื่อว่า อิโต นะโอะเอะมง ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ หลังจากเข้าเรียนในโรงเรียนมัตสึชิตะจุกุ ก็ไปเกี่ยวพันกับขบวนการโค่นล้มระบอบโชกุนในสมัยนั้น

ในปี 2405 ขณะที่มีอายุได้ 21 ปี ได้มีส่วนร่วมในการวางแผนลอบสังหารนะงะอิ อุตะ ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดที่ให้รัฐบาลทหารรวมตัวกับราชสำนักในเกียวโต (และรักษาระบอบโชกุนเอาไว้) นอกจากนี้ยังเข้าร่วมลอบวางเพลิงสถานกงสุลอังกฤษ จนมีชื่อในฐานะผู้ที่มีแนวคิดต่อต้านต่างชาติต่อมาในปี 2406 ได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ (คาดว่าแนวคิดต่อต้านต่างชาติคงจะเบาบางลง หลังจากได้เห็นสภาวะของอังกฤษในช่วงนั้น ที่มีกำลังเหนือกว่าญี่ปุ่นมาก) ดังนั้นเมื่อรู้ข่าวว่าแคว้นของตนกำลังเตรียมทำสงครามกับอังกฤษ ก็รีบกลับประเทศเพื่อหาทางหลีกเลี่ยงสงคราม แต่ไร้ผล เพราะในที่สุดแคว้นโจชูก็ได้ทำสงครามกับอังกฤษ (แน่นอนว่าอังกฤษที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ) และหลังสงครามทำหน้าที่เป็นล่ามในการเจรจาสงบศึก

หลังจากที่กองทัพของแคว้นโจชูทำสงครามกับรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะและเป็นฝ่ายได้เปรียบ รัฐบาลของแคว้นโจชูก็ได้แสดงเจตนาที่จะโค่นล้มรัฐบาลโชกุนอย่างชัดแจ้ง ฮิโระบุมิก็ได้เข้าเป็นทหารในกองทัพของแคว้นในช่วงนั้นด้วย กองทัพที่ว่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้การปฏิรูปเมจิประสบความสำเร็จ

Travel in Japan
ข้อดีของการแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

ข้อดีของการแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

วัฒนธรรมการอาบน้ำแร่ ออนเซ็น (温泉) (Onsen) ที่ประเทศญี่ปุ่นมีมาอย่างยาวนาน ซึ่งเรียกว่าเป็นชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ น้ำแร่ในออนเซน หรือบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น เกิดจากจากการที่น้ำซึมผ่านชั้นของดิน และหิน โดยจะมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟลูออไรด์โพแทสเซียม

ประโยชน์ของการแช่ออนเซ็น

การแช่ออนเซนนั้นมีประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน อาทิเช่น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น การบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ

ดร.ยูโกะ อางิชิ (Dr.Yuko Agishi) นักวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศญี่ปุ่นได้กล่าวถึงประโยชน์ของออนเซ็นที่มีต่อสุขภาพไว้ว่า “มันเป็นสิ่งบรรเทาและช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้อย่างดี”

  • ออนเซ็นนั้นเป็นการแช่น้ำร้อนซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ แต่ละที่ก็จะมีส่วนผสมของธาตุเหล่านี้แตกต่างกัน ทำให้เมื่อแช่แล้วเราจะรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ช่วยในเรื่องของระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกาย ชาวญี่ปุ่นจึงมักจะนิยมแช่ออนเซ็นในตอนเย็นหลังจากทำงานมาทั้งวันแล้ว
  • ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เรียบเนียนในการแช่ออนเซ็นก็เหมือนเป็นการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวสะอาด และที่บอกไปแล้วว่าช่วยในเรื่องของระบบหมุนเวียนเลือดด้วย จึงทำให้ดูมีเลือดฝาด ผิวสุขภาพดี นอกจากนี้ยังเชื่อว่าคนที่เป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับผิวหนังเมื่อแช่นออนเซ็นแล้วอาการจะดีขึ้น
  • ที่ญี่ปุ่นมักจะมีโรงอาบน้ำสาธารณะ ซึ่งหากบ้านไหนไม่มีที่แช่ออนเซ็นก็มักจะไปอาบน้ำกันในที่อาบน้ำสาธรณะ จึงเป็นเสมือนช่วงเวลาที่จะได้พบเจอผู้คนต่างๆ บางคนอาจจะไม่คุ้นไหนกันมาก่อน หรือหลายๆคนก็เป็นคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน จึงทำให้กลายเป็นสถานที่พูดคุยพบปะกัน และสร้างมิตรภาพใหม่ๆขึ้น


การแช่ออนเซ็น ยังต้องทำตามกฎหรือมารยาทในการใช้บริการด้วย ซึ่งข้อไหนที่ห้ามก็อย่าไปทำค่ะ เช่นอย่าเติมน้ำเย็นลงในบ่อน้ำร้อน

  • วางผ้าขนหนูเย็นไว้บนศีรษะเพื่อหลีกเลี่ยงอาการวิงเวียนขณะแช่น้ำร้อน
  • อย่าแช่ผ้าขนหนูลงในบ่อน้ำร้อน
  • คนผมยาวควรมัดหรือเกล้าผม เพื่อไม่ให้ผมแช่ลงไปในบ่อน้ำร้อน
  • ห้ามใส่ชุดว่ายน้ำลงบ่อน้ำร้อนออนเซ็นควรถอดเสื้อผ้าออกให้หมดเท่านั้นค่ะ
  • หลังแช่บ่อน้ำร้อน ควรพักผ่อนเยอะๆ และ ดื่มน้ำมากๆ
  • คนที่มีรอยสักห้ามลงบ่อน้ำร้อน (กฏนี้ถือเป็นธรรมเนียมทั่วไปในญี่ปุ่น)
  • เช็ดตัวให้แห้งก่อนกลับไปบริเวณตู้ล็อคเกอร์
  • หลีกเลี่ยงการแช่บ่อน้ำร้อนหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์
  • อย่าแช่บ่อน้ำร้อนออนเซ็นมากกว่าวันละ 3 ครั้ง มิฉะนั้นจะรู้สึกวิงเวียนและอาจเป็นลมได้

ใครที่มีโอกาสไปแช่ออนเซ็นร่วมกับคนญี่ปุ่นแล้วก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามดู แม้ไม่ใช่ประเทศของเราแต่การปฏิบัติตามธรรมเนียมประเทศของเขาก็ถือเป็นมารยาทที่นักท่องเที่ยวควรทำเช่นกัน

Travel in Japan
ล่องเรือทะเลสาบ Ashi

ล่องเรือทะเลสาบ Ashi

ทะเลสาบอะชิ เป็นทะเลสาบที่เกิดจากซากประหลังหักพังซึ่งกันแม่น้ำHakene หลังจากภูเขาไฟในHakoneระเบิดเมือ3,000ปีก่อน ทุกวันนี้แหล่งกำเนิดของน้ำในทะเลสาบมาจากน้ำพุใต้ทะเลสาบ โดยเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ20กิโลเมตร รอบๆทะเลสาบมีสถานที่ท่องเที่ยวและรีสอร์ท/โรงแรมตั้งอยู่ ซึ่งรู้กันว่าเป็นสถานที่ชมวิวของภูเขาไฟฟูจิ


ทะเลสาบแห่งนี้เป็นจุดที่ลึกที่สุดของบริเวณHakone มันจึงเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวHakone ถ้าคุณต้องการสนุกสนานกับทัศนียภาพจากทะเลสาบ มันเป็นความคิดที่ดีในการล่องเรือที่มีให้บริการจากท่าเรือ4แห่งของทะเลสาบ ในฤดูใบไม้ร่วงทิวทัศน์ของทะเลสาบน่าตื่นตาตื่นใจมากด้วยต้นไม้มีเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงและเหลือง นอกจากนี้บริเวณข้างทะเลสาบยังที่สถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกมากมาย ทำให้ทะเลสาบอะชิเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีคุณค่าต่อการเดินทางมาHakone


เรือที่ให้บริการคือ Hakone Sightseeing Cruise ตกแต่งแปลกตาแนวแฟนตาซีคล้ายเรือโจรสลัดในนิทาน จึงกลายเป็นชื่อเรียกเล่นๆ ว่าเรือโจรสลัด ซึ่งที่ให้บริการล่องพานักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพในทะเลสาบอะชิ (Ashi Lake) วิวภูเขาฟูจิจากบนเรือ และมองเห็นบ้านคนที่อยู่บนฝั่งชั้นบนของเรือเปิดเป็นลานโล่ง วันอากาศดีที่ไม่หนาวเกินไป ออกไปยืนรับลมและชมวิวที่นี่โรแมนติกและสวยมาก ระหว่างทางที่เรือแล่นจะผ่านศาลเจ้าฮาโกเน่ ที่มีประตูโทริอิสีส้มแดงอยู่กลางน้ำ


เส้นทางการเดินเรือจะวิ่งวนเป็นวงกลมคือ Togendai – Motohakone-ko – Hakonemachi โดยเรือจะวิ่งวนเป็นรอบ ใช้เวลาประมาณรอบละ 70 นาที เรือเที่ยวสุดท้ายออกจากท่าเรือ Togendai เวลา 16.00 น. โดยเมื่อเดินทางถึงอีกท่าเรือหนึ่งและส่งคนบนเรือขึ้นฝั่งเสร็จเรือจะไม่จอดรอครับ จะออกไปอีกท่าหนึ่งเลย (บริหารเวลาให้ดีนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเที่ยวสุดท้ายกันได้



สถานที่ท่องเที่ยว

มีสถานที่ๆน่าสนใจจำนวนมากรอบๆบริเวณทะเลสาบอะชิ สามารถเที่ยวทุกสถานที่ได้ภายในหนึ่งวันหรือน้อยกว่านั้น แนะนำที่นี่ถ้าคุณมีเวลาสำหรับการท่องเที่ยวที่นี่ สถานที่ท่องเที่ยวหลักมีดังนี้

*บริเวณHakonemachi: Hakone Sekisho, สวนOnshi-Hakone-Koen, พิพิธภัณฑ์Hakone Ekiden

*บริเวณMoto-Hakone: ศาลเจ้าHakone-jinja, พิพิธภัณฑ์ศิลปะNarukawa, โรงแรมHôtel de Yama “Salon de Thé Rosage”

*บริเวณHakone-en/Togendai: กระเช้าHakone-Komagatake, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำOwakudani, Hakone-en, ศาลเจ้าKuzuryu-jinja

*บริเวณAsino-yu/Oshiba: รูปปั้นพระพุทธรูปหินMoto-Hakone, น้ำตกHiryu-no-taki, บ้านชาAmazake-chaya


การเดินทาง

มันเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวในHakone ทะเลสาบอะชิเป็นจุดหมายสุดท้ายของการท่องเที่ยว ถ้าคุณนั่งรถโดยสารจากสถานี Hakone Yumotoเข้าสู่Hakane จะใช้เวลาประมาณ50-60นาทีถึงทะเลสาบ และจากสถานี Odawaraจะใช้เวลา80นาทีโดยรถโดยสาร แนะนำให้เดินทางกับรถโดยสารทางด่วนจากทางออกทางทิศตะวันตกของสถานีชินจุกถึงทะเลสาบ(150นาที)และเริ่มการเดินทางของคุณในHakoneจากทะเลสาบ

Travel in Japan
ท่องเที่ยวญี่ปุ่น วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple)

วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple)

วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple)

เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งบนเกาะชิโกะคุ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 724 ตามคำสั่งของจักร
พรรดิโชมุและทำพิธีเปิดโดยหลวงพ่อเกียวคิ ท่านโคโบะ ไดชิ (คุไค) ได้เรียนรู้และฝึก
ปฏิบัติที่นี่ และวัดแห่งนี้รุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคเอโดะ ภายใต้การปกครองของแคว้นโทสะ
เป็น 1 ใน 88 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนเส้นทางแสวงบุญชิโกะคุ วิหารหลักสร้างด้วยไม้เก่าแก่

วัดจิคุริน-จิได้รับยกย่องให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ วิหารหลักที่สร้างโดยผู้
ปกครองในสมัยคริสตศตวรรษที่ 17

เป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเทพเจ้ามอนจู โบซัตสึและผู้รับใช้ซึ่งเชื่อกันว่าท่านเกียวคิเป็นผู้
สร้าง ในวิหารไดชิ-โด ท่านโคโบะ ไดชิได้รับการเคารพสักการะเยี่ยงเทพเจ้า

ที่วัดนี้เคยมีเจดีย์ 3 ชั้นแต่ถูกทำลายในคริสตศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันนี้จึงมีเพียงเจดีย์ 5 ชั้น

ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าบริเวณวัดประกอบด้วยห้องโถงเรียงลำดับกัน และเจดีย์ห้าชั้นอันงดงาม

Travel in Japan
แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)” ในจังหวัดโคชิ (Kochi)

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)ในจังหวัดโคชิ (Kochi) เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชิโกะคุ (Shikoku) มีความยาวทั้งสิ้นเกือบ 190 กิโลเมตร และเนื่องจากสายน้ำแห่งนี้ใสสะอาดราวกับกระจก จึงอุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งมีชีวิตต่างๆมากมาย และงดงามด้วยทัศนียภาพสวยงามของท้องทุ่งชนบท โดยในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม บริเวณรอบๆ แม่น้ำแห่งนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน เช่น พายเรือแคนู ล่องแก่ง ปั่นจักรยาน หรือ ล่องเรือชมแม่น้ำได้อีกด้วย

แม่น้ำที่มีความยาวกว่า 190 กิโลเมตร เรียกว่ายาวมากที่สุดในภูมิภาคชิโกกุเลยนะ แต่ชื่อเสียงของมันไม่ได้มีแค่ความยาวเท่านั้น

เพราะแม่น้ำชิมันโตะยังได้รับการขนานนามว่าใสและสะอาดมากๆ เป็นแหล่งน้ำจากธรรมชาติท่ามกลางทัศนีย์ภาพที่โอบล้อมด้วยภูเขาและอากาศบริสุทธิ์

แหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณรอบๆ นั้น ผู้คนต่างรักษาความสะอาด เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติและแม่น้ำ ทำให้แหล่งน้ำที่นี่ยังใสสะอาดอยู่

ไม่ใช่แค่เดินชมได้แค่อย่างเดียว แต่ที่แม่น้ำชิมันโตะมีกิจกรรมที่สามารถทำได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนนู ล่องแก่ง ปั่นจักรยานชมวิวโดยรอบ เพราะที่นี่มีสะพานชินกะ (Chinka bridge) หรือสะพานที่ไม่มีราวกั้น พาดระหว่างสองฝั่งแม่น้ำให้คุณสามารถเดินข้ามไปมาหรือปั่นจักรยาน ชมความใสสะอาดและธรรมชาติรอบๆ แม่น้ำได้

Travel in Japan

ภูเขาฟูจิ ( Mount Fuji)

ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และอาจกล่าวได้ว่าเป็นภูเขาที่สวยที่สุดในโลก มีความสูงถึง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ และสามารถมองเห็นได้จากโตเกียวและโยโกฮาม่าในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง วิธีที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิที่ง่ายที่สุด คือ นั่งชมจากรถไฟสายโทไกโดที่วิ่งระหว่างเมืองโตเกียวและโอซาก้า

ถ้าคุณนั่งชินกันเซ็นจากโตเกียวที่มุ่งหน้าไปยังนาโงย่า เกียวโต และโอซาก้า ช่วงที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิ คือ ช่วงสถานีชิน-ฟูจิ หรือประมาณ 40-45 นาที หลังจากออกจากโตเกียว ซึ่งจะมองเห็นได้ทางด้านขวามือของรถไฟ แต่สำหรับผู้ที่อยากชมภูเขาฟูจิอย่างเต็มอิ่ม และแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามขอเชิญที่ ทะเลสาบทั้งห้า (Fuji Five Lake or Fujigoko) หรือที่ ฮะโกะเนะ ซึ่งเป็นรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนและเป็นหนึ่งใน อุทยานแห่งชาติ Fuji-Hakone-Izu

นอกจากนี้ รอบ ๆ ภูเขาฟูจิเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม และเป็น อุทยานแห่งชาติฟูจิฮะโกะเนะอิซุ มีทะเลสาบ 5 แห่ง ได้แก่ ยะมะนะกะโกะ คะวะงุจิโกะ โมโตสุโกะ โชจิโกะ ไซโกะ และมีออนเซนหลายแห่ง ได้แก่ ยะมะนะกะโกะ คะวะงุจิโกะ โอชิโนะโกะ ฯลฯ นับได้ว่า ภูเขาฟูจิ มีอิทธิพลต่อศิลปวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีชื่อภูเขาปรากฏอยู่ในบทกลอนญี่ปุ่นหรือภาพพิมพ์ญี่ปุ่น และทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ชื่อสินค้า และอื่น ๆ อีกมากมาย ล้วนตั้งชื่อว่า ฟูจิ เรียกว่าภูเขาฟูจินี้เป็นหัวใจของญี่ปุ่นก็ว่าได้

Travel in Japan
5 เมืองแดนปลาดิบ ที่น่าเที่ยวที่สุด The Best Of Japan

5 เมืองแดนปลาดิบ ที่น่าเที่ยวที่สุด The Best Of Japan

วันนี้จะพาไปทำความรู้จักสถานที่ ที่นักเดินทางชาวไทยนิยมไป ว่าแล้วคงหนีไม่พ้น ญี่ปุ่น ประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยวญี่ปุ่น สามารถทำได้ทั้งปี จะไปชมดอกไม้หรือไปร่วมงานเทศกาลท้องถิ่นหรือจะเป็นเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อของของญี่ปุ่น ที่ทุกๆคนเรียกกันแดนปลาดิบต้องยกให้ญี่ปุ่นเป็นที่หนึ่ง แน่นอนคะ

5 เมืองน่าเที่ยวสำหรับทัวร์ญี่ปุ่น

โตเกียว

เมืองยอดฮิตที่ติดท็อปรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นเสมอมา ได้ฉายาว่า “อีสต์ มีท เวสต์” (East meets West) หมายถึง การมาบรรจบกันของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก เพราะนอกจากคุณจะได้ชมบ้านเมืองที่ยังคงด้วยวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นแล้ว คุณก็ยังจะได้สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดของโลก และแฟชั่นแบบตะวันตกในสไตล์ญี่ปุ่น ฮาราจุกุในโตเกียวก็เปรียบได้กับถนนเมดิสัน แห่งมหานครนิวยอร์ค นั่นเอง จัดเป็นสุดยอดสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นด้านช้อปปิ้งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเอเชียรวมทั้งไทยเราเป็นจำนวนล้นหลามทีเดียว
โตเกียวสามารถ เที่ยวได้ตลอดปี ฤดูชมซากุระเมืองนี้จะอยู่ราวกลางเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน และช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ราวเดือนพฤศจิกายน

เกียวโต


สำหรับคนที่ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ทั้งวัดโบราณที่ทำให้คุณเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบพันปีก่อนในย่างก้าวแรกที่เดินเข้าไป และเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจเลยหากคุณจะเดินสวนกับเกอิชาในชุดกิโมโนบนถนนใจกลางเมือง และการเข้าร่วมพิธีชงชาญี่ปุ่นแบบโบราณ ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าพลาดสำหรับการไปเยือนเกียวโต
ช่วงเวลาที่น่าไปเที่ยวเมืองเกียวโตมากที่สุด คือ ฤดูใบไม้ผลิราวเดือนมีนาคมและฤดูใบไม้ร่วงราวเดือนตุลาคม ทั้งนี้ในช่วงเดือนเมษายนก็จะเป็นช่วงเทศกาลใหญ่ประจำปี เทศกาลมิยาโกะ

โอซาก้า


เมืองที่ใหญ่อันดับสองของประเทศ นอกจากจะเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศแล้ว ยังขึ้นชื่อด้านอาหารในราคาย่อมเยา เพราะไม่ว่าจะมุมไหนของเมือง คุณก็สามารถหาร้านอาหารรสชาติเป็นเลิศ แต่ราคาสบายกระเป๋าได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ปราสาทโอซาก้า, ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอแห่งญี่ปุ่น และสวนลอยน้ำโอซาก้านั้นเที่ยวได้ตลอดปี ฤดูชมซากุระเมืองนี้จะอยู่ราวกลางเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน

ฟุกุโอกะ

ใครรักอาหารทะเลคงต้องชอบฟุกุโอกะ นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของบะหมี่ราเม็งอันลือชื่อของญี่ปุ่น ฉะนั้นรับรองว่าหากไปเยือนฟุกุโอกะ คุณจะไม่มีทางพลาดการชิมราเม็ง เพราะร้านบะหมี่ข้างทางถือเป็นร้านอาหารยอดนิยม ไม่ต่างจากรถขายไส้กรอกในอเมริกา หรือแผงขายส้มตำบ้านเรา นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีคุณภาพการใช้ชีวิตสูง ถึงกับได้ฉายาว่าเป็นเมืองที่รีเล็กซ์ หรือเครียดน้อยที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว
ฤดูกาลท่องเที่ยวของฟุกุโอกะ จะอยู่ราวเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลโกลเด้นวีคและในช่วงเดือนกันยายน-เดือนตุลาคมก็เป็นช่วงที่อากาศกำลังสบายน่าไปเที่ยวอีกช่วงหนึ่ง

นารา

เมืองแห่งกวางหรือเมืองนารา ทุกหนแห่งที่คุณเดินทางคุณจะพบเห็นกลุ่มกวางอันเป็นมิตรกับผู้คน นอกจากนี้นารายังถือเป็นแหล่งกำเนิดของขนบธรรมเนียมสำคัญๆ ของชาวญี่ปุ่น เมืองนารานี้มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น พระพุทธรูปไดบุทสึ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดของโลก วัดโฮริวจิ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของโลกและได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับวัดโทไดจิวัดเก่าแก่ที่สุดของเมือง
เมืองนาราสามารถเที่ยวได้ตลอดปี ฤดูชมซากุระเมืองนี้จะอยู่ราวกลางเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ราวเดือนตุลาคม-ต้นเดือนธันวาคม

Travel in Japan
จังหวัดชิกะ Shiga

จังหวัดชิกะ Shiga

จังหวัดเล็กๆ บรรยากาศชิลล์ๆ จังหวัด ชิกะ (Shiga) หนึ่งใน จังหวัดของภูมิภาคคันไซ ที่ถึงแม้ไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่า จังหวัดนี้อยู่ห่างจากเกียวโตแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่นั่งรถไฟ JR Tokaido-Sanyo Line จากสถานีเกียวโต เพียง 9 นาที ก็ถึงสถานี Otsu เมืองหลักของชิกะแล้ว

จังหวัดชิกะ (ญี่ปุ่น: 滋賀県 โรมาจิ: Shiga-ken) เป็นจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณภาคคันไซ มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองโอตสึ มีขนาดพื้นที่ทั้งสิ้น 4,017.36 ตารางกิโลเมตร ในสมัยก่อน ชิงะ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ มณฑลโอมิ (ญี่ปุ่น: 近江国 โรมาจิ: Ōmi no kuni) หรือโกชู (ญี่ปุ่น: 江州 โรมาจิ: Gōshū) ก่อนที่จะมีการใช้ระบบการบริหารราชการแบบแบ่งจังหวัดขึ้น มณฑลโอมิเป็นเพื่อนบ้านกับนาระ และเกียวโต เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างญี่ปุ่นตะวันตกและตะวันออก ในช่วง ค.ศ. 667 ถึง ค.ศ. 672 นั้น จักรพรรดิเท็นจิทรงสร้างพระราชวังที่โอตสึ จากนั้น ในปี ค.ศ.742 จักรพรรดิโชมุทรงสร้างพระราชวังที่ชิงารากิ ในช่วงต้นของยุคเฮอัง พระภิกษุไชโชเติบโตขึ้นที่โอตสึและได้สร้างวัดเอ็นเรียกุซึ่งเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายมหายานแบบเท็นได และได้ปัจจุบันได้เป็นหนึ่งในมรดกโลกพร้อมกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งในเกียวโต

พื้นที่ 1 ใน 6 ของจังหวัดชิกะ มีทะเลสาบ Biwa ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และรอบ ๆ ทะเลสาปนั้นคือภูเขาลูกใหญ่หลายลูกที่มีต้นไม้เขียวขจีปกคลุมอยู่ ยิ่งถ้าช่วงใบไม่เปลี่ยนสี ภูเขาทุกลูกก็จะมีสีแดงสลับเหลืองของใบเมเปิ้ล เป็นภาพที่สวยงามเกินจะบรรยาย เรียกได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากๆเลยล่ะ

นอกจากการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง พร้อมทั้งทำกิจกรรมสนุก ๆ ในจังหวัดชิกะแห่งนี้ได้ด้วย ! ไปดูกันเลย

วัดมรดกโลก Enryakuji Temple

วัดเอนรยาคุจิ (Enryakuji Temple) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Hiezan บริเวณระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตและจังหวัดชิกะ ก่อตั้งโดยพระรูปหนึ่งซึ่งมีนามว่า Dengyodaishi Saicho เป็นสถานที่ซึ่งมีเหล่าพระสงฆ์ระดับปรมจารย์มากมาย และยังเป็นที่ให้กำเนิดนิกายต่าง ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความขลัง และน่าศรัทธามาก ๆ

ภายในวัดมีอาณาเขตกว้างขวาง เมื่อมองลงไปจากบริเวณวัดจะสามารถมองเห็นตัวเมืองเกียวโตและทะเลสาบบิวะได้อีกด้วย หากจะเดินชมให้ทั่วทั้งบริเวณของวัด อาจต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงเลยล่ะ

จุดท่องเที่ยวภายในวัดจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ด้านทิศตะวันออก (Toudou) ด้านทิศตะวันตก (Saidou) และด้าน Yokawa ซึ่งประกอบไปด้วยโบสถ์วิหารจำนวน 16 แห่ง และโบสถ์วิหารจำนวนมากยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ MIHO MUSEUM

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่าเนินเขาทางทิศตะวันตกของเมืองโคคะ (Koka) ถูกก่อตั้งและออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียง Koyama Mihoko ใครที่ชอบเสพงานศิลป์ และสถาปัตยกรรม ขอบอกว่าห้ามพลาด

เพราะโครงสร้างและการออกแบบของอาคารที่สุดโดดเด่นท่ามกลางป่าเขียวขจี นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ! เพราะมีอุโมงค์ขนาดใหญ่และยาวที่ตัดลอดภูเขา มองเห็นแสงสว่างที่ลอดผ่านวิวทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้า รวมถึงดอกซากุระสีชมพูสดใสที่รอต้อนรับคุณอยู่ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยล่ะ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมของสะสมโบราณทางศิลปะรวมไปถึงของชาวอียิปต์ โรมัน และวัฒนธรรมเอเชียอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของสะสมส่วนตัวของคุณ Koyama อีกด้วย และจะมีการจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี

Travel in Japan

พระราชวังอิมพีเรียล

พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอะโดะ อีก หนึ่งสถานท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว เพราะเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ แห่งประเทศญี่ปุ่น เดิมที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงเล็กที่ชื่อ เอะโดะ ที่ถูกตั้งเป็นฐานที่มั่น รวมทั้งถูกตั้งเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลทหาร ต่อมาได้ขยายเมืองให้ใหญ่ขึ้น จนมีประชากรและพื้นที่เมืองขนาดใหญ่มากขึ้น หลังจากนั้นเข้าสู่ยุคปฏิรูปเมจิ การล้มล้างการปกครองแบบโชกุนลง จักรพรรดิเมจิจึงย้ายเมืองหลวงมาที่เอะโดะ และเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นโตเกียวในปัจจุบัน ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและวัฒนธรรมของประเทศ และถูกเปลี่ยนให้เป็นพระราชวังในเวลาต่อมา มีชื่อเรียกว่า พระราชวังอิมพิเรียล ในปัจจุบัน

ซึ่งภายในล้อมรอบด้วยคูเมือง ประตูทางเข้าที่งดงาม และป้อมปราการเก่าแก่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นช่วง ๆ ทางเข้าหลักอยู่ใกล้กับนิจูบะชิ สะพานสองชั้น และจะเปิดให้คนภายนอกเข้าชมตามวาระพิเศษต่าง ๆ สวนตะวันออกฮิงะชิ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหอคอยใหญ่ ภายในสวนงดงามไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์ และจะผลิบานตามแต่ฤดูกาล เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสถานที่พักผ่อนในอุดมคติ

Travel in Japan

ภูมิภาคคันโต(Kanto)

ภูมิภาคคันโต(Kanto)เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงมหานครโตเกียว(Tokyo)เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่และมีระบบการคมนาคมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่โตเกียวเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีแหล่งช้อปปิ้งและกินดื่มมากมาย รวมถึงสถานที่ทางศิลปะวัฒนธรรมอย่างเช่น ปราสาท พระราชวัง ศาลเจ้าและวัดดังๆรวมกันอยู่ที่เมืองนี้มากมาย

ภูมิภาคคันโตมีพื้นที่เป็นที่ราบประมาณ 45% ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นเทือกเขา ชายหาดและแม่น้ำทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายนอกเหนือจากเมืองหลวง

ตัวอย่างการท่องเที่ยวง่ายๆ แบบเช้าไปเย็นกลับจากเมืองโตเกียวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ เช่น โยโกฮาม่า(Yokohama)ที่เป็นเมืองท่าในสมัยเปิดประเทศช่วงปลายสมัยเอโดะ, ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นมรดกโลกที่นิกโก้(Nikko)เมืองหลวงเก่าติดทะเลคามาคุระ(Kamakura)ซึ่งเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทางกลางเมืองและวัฒนธรรมยุคกลางของญี่ปุ่น และเมืองแห่งนํ้าพุร้อนฮาโกเน่(Hakone)ที่มีชื่อเสียงด้านทะเลสาบและวิวภูเขาไฟฟูจิ

พื้นที่ต่างๆใน คันโต(Kanto) – โตเกียว(Tokyo), คานากาว่า(Kanagawa), โทจิงิ(Tochigi), กุนมะ(Gunma), ไซตามะ(Saitama), ชิบะ(Chiba), อิบารากิ(Ibaraki), เกาะอิซุโอชิมะ(Izu Oshima Island), หมู่เกาะโองาซาวาระ(Ogasawara Islands)
Travel in Japan