5 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น พลาดไม่ได้ในปี 2017

ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

5 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น พลาดไม่ได้ในปี 2017

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆในภูมิภาคที่ไกลออกไป ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมก็พัฒนาเพิ่มรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้มาเยือน

เว็บไซต์การท่องเที่ยวของญี่ปุ่นแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 5 แห่งที่พลาดไม่ได้ในปี 2017

1. เลโก้แลนด์ เมืองนาโงยะ จังหวัดไอจิ

นาโงยะ เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น และเป็นเมืองในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมจากโตเกียวไปยังนครโอซากา แต่นักท่องเที่ยวจำนวนมากกลับพลาดโอกาสแวะชมเมืองนาโงยะที่มีทั้งปราสาทโบราณ, ศาลเข้า และพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ

เลโก้แลนด์ จะเป็นจุดขายใหม่ของเมืองนาโงยะ และตั้งเป้าจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยเป็นสวนสนุกกลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่น ที่ใช้ตัวต่อเลโก้กว่า 17 ล้านชิ้นมาสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของญี่ปุ่นและทั่วโลก ภายในสวนสนุกจะแบ่งเป็น 7 โซน ซึ่งเด็กๆและครอบครัวจะสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ เช่น ขี่มังกรรอบปราสาทนาโงยะจำลองที่สร้างขึ้นจากตัวต่อเลโก้, ทดลองขับรถจำลอง และชมการแสดงโชว์ต่างๆ

เลโก้แลนด์ สวนสนุกใหม่ล่าสุดนี้ นักท่องเที่ยวได้ชมสถานที่สำคัญทั่วประเทศญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นจากตัวต่อเลโก้ เรียกได้ว่า สามารถเที่ยวทั่วญี่ปุ่นได้ในวันเดียว

2. ปราสาทอุเอดะ จังหวัดนางาโนะ

ปราสาทอุเอดะสร้างขึ้นในปี 1583 โดย สะนะดะ มาสะยุคิ ซามูไรผู้เลื่องลือว่าสามารถใช้ปราสาทแห่งนี้ต้านทานกองทัพที่ยิ่งใหญ่กว่าของโชกุนโตกุงะวะได้ถึง 2 ครั้ง 2คราในยุคสงครามชิงอำนาจแดนอาทิตย์อุทัย

ปราสาทอุเอดะ เป็นสถานที่ชมดอกซากุระที่สวยงามที่สุดในจังหวัดนางาโนะในทุกวันนี้ กลายเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่นหลังจากสถานีโทรทัศน์ NHK นำเสนอซีรียส์เรื่อง “สะนะดะ มารุ” ในปีที่แล้ว บอกเล่าวีรกรรมของขุนศึกผู้กล้าหาญ และทำให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางตามรอยละครดังมายังเมืองอุเอดะ

นอกจากความอลังการของปราสาทและความงดงามของดอกซากุระ พิพิธภัณฑ์ใกล้ปราสาทอุเอดะยังจัดนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับตระกูลของ “สะนะดะ มาสะยุคิ” และนักท่องเที่ยวยังจะได้ชมปราสาทอุเอดะย้อนหลังไปเมื่อ 400 ปีก่อนผ่านเทคโนโลยี virtual reality ความยิ่งใหญ่ของปราสาทอุเอดะและกระแสจากละครดัง ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ในปี 2017

3. ซัปโปโร เกาะฮอกไกโด

กระแสท่องเที่ยวฮอกไกโดถูกจัดประกายขึ้นตั้งแต่การขยายเส้นทางรถไฟด่วนซินคันเซน อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ เกาะฮอกไกโดยังได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร Lonely Planet ให้เป็น “สุดยอกแหล่งท่องเที่ยวในเอเชีย” เมื่อปีที่แล้ว ทำให้เมืองซัปโปโร เมืองเอกของเกาะฮอกไกโดขึ้นแท่นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

ในปี 2017 ซัปโปโรจะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว สร้างกระแสคึกคักให้กับการท่องเที่ยว และทำให้เทศกาลหิมะที่ผ่านพ้นไปเมื่อเดือนมีนาคม มีนักท่องเที่ยวมาเยือนซัปโปโรมากเป็นประวัติการณ์

ซัปโปโรไม่เพียงมีหิมะเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ แต่ยังผสมผสานสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนแบบตะวันตก นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลที่อร่อย ราเม็งรสเด็ด และเบียร์รสเยี่ยมอีกด้วย

4. เกียวโต

ในการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวยอดนยิมในญี่ปุ่น ไม่เคยมีครั้งไหนที่ “เกียวโต” เมืองหลวเก่าของญี่ปุ่นจะไม่ติดอันดับ เพราะที่คือ คือสุดยอดแห่งความเป็นญี่ปุ่น ที่มีทั้งวังหลวง, วัด ,ศาลเจ้า, สวน และธรรมชาติที่งดงาม นอกจากนี้ยังมีอาหารแบบต้นตำรับญี่ปุ่น, พิธีชงชา รวมทั้งสาวเกอิชา เกียวโตจึงเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับยุคใหม่ปัจจุบัน

ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวเกียวโตแห่ไปเยือนเกียวโตอย่างล้นหลามจนการจราจรติดขัด และคาดว่าช่วงก่อนการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล ดังนั้นหากต้องการเดินเที่ยวเล่นอย่างสบายอารมณ์ที่เกียวโต จึงควรรีบไปตั้งแต่บัดนี้!

5. คะนะซะวะ จังหวัดอิชิคะวะ

คะนะซะวะ ได้ชื่อว่า “ลิตเติล เกียวโต” เนื่องจากมีบรรยากาศโบราณเฉกเช่นเดียวกัน แต่สามารถเดินเที่ยวได้อย่างไม่แออัด เมืองที่เคยเป็นสถานที่พักร้อนของโซกุนนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทึ่ได้รับความนิยมหลังจากขยายเส้นทางรถไฟชินคันเซ็นเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้สามารถเดินทางจากกรุงโตเกียวด้วยเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง

คะนะซะวะ มีถนนยอดนิยมที่รายล้อมด้วยบ้านไม้แบบโบราณ, สวน “เคนโรคุเอ็น” ที่ได้รับยกย่องเป็นสวนสวยที่สุดอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ความโดดเด่นของคะนะซะวะที่เกียวโตไม่มี คือ พื้นที่ติดริมทะเล จึงมีอากาศเย็นสบาย ทิวทัศน์ชายฝั่ง และอาหารทะเลรสเยี่ยม

นอกจากนี้ คะนะซะวะยังขึ้นชื่อเรื่องการทำทอง งานฝีมือจากทองคำได้รับการยอมรับทั่วญี่ปุ่นมานานกว่า 100 ปี ที่นี่จึงมีการประยุกต์นำแผ่นทองคำเปลวมีใช้ในอาหาร, ขนม และไอศกรีม เป็นความอร่อยแบบหรูหรา

parlementfran cophonedesjeunes